วิธีแก้โรคติดเกม ทั้งในเด็ก และผู้ใหญ่ ให้(ตัวเอง)เลิกเล่นเกมในมือถือสักที

โรคติดเกม เป็นโรคที่ในปัจจุบัน กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เกิดขึ้นทั้งในเด็กเล็ก วัยรุ่น วัยทำงาน และวัยผู้ใหญ่ ก็เป็นกันหมด เพราะเกมในปัจจุบัน มันมีมากมาย มากกว่าสมัยก่อน แถมยังมีให้โหลดมาเล่นกันฟรีๆ ในมือถืออีก แบบนี้ ก็เลยทำให้เกิดโรคติดเกมกันได้ง่ายมากๆ ซึ่งผลเสียที่เกิดขึ้น จากโรคติดเกมก็คือ เสียเวลา และเสียสุขภาพ ทั้งเรื่องของสายตา ที่เจอแสงสีฟ้าของจอมือถือเข้าไป ซึ่งส่วนใหญ่ ก็รู้ตัวนะครับ ว่ามันไม่ดี แต่ไม่รู้ว่า จะห้ามตัวเอง หรือทำให้ตัวเอง เลิกติดเกมได้อย่างไร? ในบทความนี้ ผมก็เลยจะมาแนะนำ วิธีแก้โรคติดเกม ที่ผมใช้แล้ว ได้ผลจริงๆ มาบอกกันครับ เอาไว้เป็นแนวทาง สำหรับท่านที่ต้องการ จะเลิกโรคติดเกมของตัวเอง ทำได้ไม่ยาก และแก้ได้จริงแน่นอนครับ

วิธีแก้โรคติดเกม ด้วยตัวเอง แบบที่ได้ผลที่สุด

1. ลบเกมทุกเกม ออกจากมือถือ ให้หมด หมดทุกเกมเลยนะครับ ไม่ต้องเก็บเอาไว้ หรือไม่ก็ ทำการ Factory Reset ไปเลยก็ดีครับ อันนี้ จำเป็นมากๆ พอเราเลิกได้แล้ว ค่อยโหลดเกมมาเล่นใหม่ครับ เมื่อถึงตอนนั้น เราสามารถคุมความอยากของตัวเองได้แล้ว ก็สามารถเล่นเกมได้ครับ แต่ตอนแรก ให้ลบออกไปก่อน

2. หาอะไรอย่างอื่นทำ ยามที่ว่าง แทนการเล่นเกม เช่น อ่านหนังสือการ์ตูน ใช่ครับ การ์ตูนออนไลน์ก็ได้ หรือดูคลิปทาง Youtube ก็ได้เช่นเดียวกัน ได้หมดครับ ไม่ว่าจะดูหนัง ดูซีรี่ส์เกาหลี อะไรก็ได้ ที่ไม่ใช่การเล่นเกม เอามาทดแทนกันได้หมดครับ

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  USB Condom ป้องกัน การแฮกข้อมูลโทรศัพท์ ผ่านทางพอร์ต USB ด้วยการซิงค์ข้อมูล

3. เล่นกีฬา กับเพื่อนๆ หรือไม่ก็เข้าฟิตเนส หรือวิ่ง หรือขี่จักรยานก็ได้ อันนี้สำคัญมากที่สุดครับ ออกกำลังกาย ให้ได้เหงื่อ จะช่วยทำให้คลายเครียดได้จริงๆ และยิ่งได้ถ้าเล่นกีฬา เล่นฟุตบอล กับเพื่อน จะยิ่งมีความสุขแบบที่สุดอีก ยิ่งไปกว่านั้น มันจะทำให้เรา เบนความสนใจ ไปสู่การมุ่งมั่น ที่จะเล่นกีฬา เก่งกว่าคนอื่น หรือเล่นฟิตเนส ให้ฟิต หุ่นเฟิร์ม หรือแข็งแรงกว่าคนอื่นๆ ช่วยให้เรา ลืมเรื่องการเล่นเกมไปได้เลยครับ

4. ออกไปเที่ยว ตามที่ต่างๆ ยามที่ว่าง อันนี้ก็สำคัญเช่นกัน ยามที่เราว่างจากการออกกำลังกาย หรือเสพสิ่งบันเทิงทางอินเทอร์เน็ต ก็ให้ออกไปท่องเที่ยว จะไปตามห้าง หรือไปทะเล หรือไปที่ไหนๆ ก็ได้หมด แค่ให้ออกจากบ้าน ไปเจอกับผู้คน เจอกับสิ่งที่แปลกใหม่ แค่นี้ก็ช่วยให้เรา รู้สึกมีความสุข กับโลกของความจริง มากกว่าโลกในเกมแล้วครับ

5. ตั้งเป้าหมายจริงๆ ในชีวิต ตรงนี้สำคัญมากๆ ถ้ายังเรียนอยู่ ก็ต้องมุ่งมั่น อย่างจริงจัง ว่าจะเรียนให้เก่ง ถ้าทำงาน ก็ต้องมุ่งมั่น พัฒนาศักยภาพของตัวเอง ให้เก่งขึ้น ทำงานได้ดีขึ้น เพื่อความเจริญก้าวหน้า หรืออาจจะคิดทำอาชีพเสริม ทางอินเทอร์เน็ต หรือขายของที่ตลาดนัด ทำอะไรก็ได้ ที่ได้เงิน การตั้งเป้าหมายแบบนี้ ก็เหมือนกับการเล่นเกมนั่นแหละครับ เป็นการสร้างความท้าทายตัวเอง ซึ่งสิ่งที่เราได้ จะเป็นเงินจริงๆ ไม่ใช่เงินในเกม และค่าประสบการณ์จริงๆ ที่ไม่ใช่ EXP ในเกม

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  เทคนิค การเล่น เกม LINE Sweets ให้เทพๆ ง่ายๆ

วิธีแก้โรคติดเกม ที่ผมแนะนำมานี้ ต้องเริ่มจากตัวเอง เป็นคนคิด และตั้งใจนะครับ จะให้พ่อ แม่ พี่ น้อง หรือญาติ หรือใครๆ มาช่วยไม่ได้ มันต้องเริ่มจากความตั้งใจ ที่แน่วแน่ของตัวเอง หรือพูดง่ายๆ คือ ต้องคิดให้ออก และหาให้เจอ ว่าการเล่นเกม มันส่งผลเสียกับชีวิตของตัวเองอย่างไร บางคน อาจจะบอกว่า ตัวเองมีความฝัน อยากจะเป็นเกมแคสเตอร์ ก็จำเป็น ต้องเล่นเกมเยอะๆ จะได้เก่งๆ อันนี้ ผมว่าไม่จริงนะครับ ในมุมมองของผู้ใหญ่ที่ทำมาหากิน และเป็นโปรแกรมเมอร์ ผมต้องบอกเลยว่า ถ้าน้องๆ คนไหน หรือใคร กำลังมีความคิดแบบนี้อยู่ นั่นแปลว่า ตัวเองกำลังหลงประเด็น และไม่เข้าใจนะครับ คนที่เล่นเกมเก่ง ไม่จำเป็นต้องหัดเล่นบ่อยๆ แต่เป็นคนที่ศึกษา และเรียนรู้ได้ไว รวมทั้งเข้าใจเรื่องเกี่ยวกับโปรแกรมด้วย เพราะเกมทุกเกม บนโลกนี้ จริงๆ แล้ว มันก็คือ การเขียนโค้ดโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั่นเอง ถ้าเราเข้าใจ ถึงรูปแบบการทำงาน หรือฟังก์ชั่น ว่าจริงๆ แล้ว มันต้องการผลลัพธ์แบบไหน คิดจากอะไร เราก็จะเก่ง ในการเล่นเกมนั้นๆ เอง

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  ป้องกันแฟนแฮกไลน์ ปลอดภัย 100% ทำได้จริง ด้วยตัวคุณเอง

คนที่เป็นเกมแคสเตอร์ ไม่ได้แปลว่า เค้าติดเกมนะครับ เพียงแต่เค้าฉลาด และใช้การเล่นเกม เพื่อความบันเทิงของเค้า มาหารายได้ต่างหาก มันคือการทำงาน และการตลาด ไม่ใช่เล่นเพื่อความเพลิดเพลินแต่เพียงอย่างเดียว และถ้าสังเกตให้ดี เค้าจะไม่เล่นแค่เกมเดียว แต่จะเล่นทุกเกม ทุกแนว ที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาด หรือมีคนอยากดู อยากศึกษา แค่นั้นเอง และที่แน่นอน คนที่จะเป็นเกมแคสเตอร์ ต้องมีความรู้ เกี่ยวกับเรื่องการของ ตัดต่อ ทำกราฟฟิควิดีโอ อีกด้วย ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ต้องศึกษา มากกว่าแค่การเล่นเกม อย่างแน่นอนครับ

ร่ายมาซะยาว เอาง่ายๆ เลยก็แล้วกันว่า ผมไม่ได้ห้ามไม่ให้เล่นเกม เราเล่นเกมได้ แต่อย่าติดเกม ถ้าเริ่มรู้ตัวว่าติด ก็ให้ทำตามวิธีที่แนะนำมา ห่างๆ บ้าง เงยหน้า หาความสุข จากโลกจริงๆ บ้าง แล้วคุณจะรู้ว่า ความสุข ในโลกจริง มันสุขและสะใจ กว่าการเล่นในเกมเยอะ