หลักการดราฟตัวฮีโร่ ROV เพื่อแก้ทางฝั่งตรงข้าม ถ้าเข้าใจจะได้เปรียบตั้งแต่เริ่มเกม

การดราฟตัว สำหรับการเล่นแร็งค์ในระดับต่ำกว่า ไดม่อน ลงไปนั้นคงจะไม่ใช่ปัญหาสักเท่าไหร่ สำหรับผู้เล่นในเกม ROV เพราะส่วนใหญ่ ก็จะหยิบฮีโร่ที่ติด META มาเล่นกันเสมออยู่แล้ว เช่น Hayate, Capheny, Nakroth, Baldum ดังนั้น การเลือกตัว ในระดับนี้ จึงเน้นไปที่ เอาฮีโร่ตัวโกงๆ มาใช้ให้มากที่สุดก็พอ ไม่ต้องไปเน้นเรื่องการดราฟตัวเพื่อแก้ทางฮีโร่ฝั่งตรงข้าม เพราะเราก็ไม่รู้ว่า ฝั่งตรงข้าม จะหยิบฮีโร่ตัวไหนมาเล่น แต่พอขึ้นมาแร็งค์ระดับ ไดม่อนขึ้นไป จนถึงระดับ Conqueror ก็จะมีระบบ Pick/Ban ที่จะมีการแบนฮีโร่ที่เราไม่ต้องการให้ฝั่งตรงข้ามเล่น และเราต้องเลือกฮีโร่เพื่อมาแก้ทางฮีโร่ฝั่งตรงข้ามด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ ผู้เล่นจะไม่รู้และเข้าใจ หลักการดราฟตัวฮีโร่ ROV เพื่อแก้ทางกันสักเท่าไหร่ คือ รู้แค่บางตัว แต่ไม่เข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า ตำแหน่งไหน มีหน้าที่ต้องเลือกตัวแก้ทาง ในบทความนี้จะมาอธิบายทุกอย่างให้ทุกคนได้เข้าใจกันครับ

หลักการดราฟตัวฮีโร่ ROV เพื่อแก้ทางฮีโร่ฝั่งตรงข้าม ตามตำแหน่งที่เล่น

ในช่วงที่เป็นการเลือกตัว หรือ ดราฟตัวในระบบ Pick/Ban นั้น มันสำคัญตั้งแต่วินาทีแรกเลยนะครับ สำคัญตั้งแต่การแบนฮีโร่เลย รวมทั้งลำดับในการเลือกฮีโร่ของผู้เล่นแต่ละตำแหน่งด้วย กล่าวคือ ถ้าทีมเราได้เริ่มแบนก่อน เราก็จะเป็นฝ่ายที่ได้เลือกฮีโร่ที่จะเล่นก่อน ดังนั้น เราสามารถทำให้ฮีโร่โกงๆ หลุดแบนได้ เช่น Hayate หรือ Capheny เป็นต้น ซึ่งตรงนี้ ผมเชื่อว่า ทุกคน คงจะเข้าใจกันดีอยู่แล้ว แต่ถ้ายังไม่เข้าใจ ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ได้เข้าใจกัน ในบทความต่อไปแน่นอน เกี่ยวกับทริคการทำให้ฮีโร่ตัวโกงๆ หลุดแบนได้

ต่อมา ก็เป็นเรื่องของ การดราฟตัวเพื่อแก้ทาง ฮีโร่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งเราจะต้องเห็นก่อนว่า ฮีโร่ที่ฝั่งตรงข้ามหยิบมานั้น เป็นฮีโร่ตัวไหน และน่าจะไปเล่นในตำแหน่งใด การจะแก้ทางฮีโร่ฝั่งตรงข้ามได้ เราต้องดราฟตัวฮีโร่ที่ยืนทับตำแหน่งเดียวกัน หรือเจอกันในเลน หรือ มีโอกาสได้เจอกันบ่อยๆ เช่น ออฟเลน แก้ทาง ออฟเลน, เมจแก้ทาง ฮีโร่เลนมังกร หรือ โรมมิ่ง แก้ทาง โรมมิ่ง หรือ ซัพพอร์ต แก้ทางตัวล้วง ตรงนี้สำคัญมากๆ เราไม่ควรเลือกฮีโร่แก้ทางแบบมั่วๆ แบบที่จะไม่เจอกัน เช่น เลือกฮีโร่ในตำแหน่ง ออฟเลน เพื่อมาแก้ทาง โรมมิ่ง เช่น ฝั่งตรงข้าม หยิบ Y’bneth มาโรม ฝั่งเรา คนที่เล่นออฟเลน ดันหยิบ Baldum มา เพื่อจะแก้ทาง ถามว่า มันจะแก้ทางได้ตอนไหน ก็นู่นแหละครับ เลยกลางเกมไปแล้วนู่นแหละ แต่ในช่วงต้นเกม มันจะไม่มีโอกาสได้เจอกันเลยนะครับ ดีไม่ดี ทีมจะเสียเปรียบเพราะ Y’bneth ในช่วงต้นเกม จนถึงกลางเกม เล่นอยู่แต่เลนกลาง กับเลนมังกร ส่วน Baldum เองอาจจะโดนกดเลน จนทิ้งเลนไปไหนไม่ได้ สรุปคือ ไม่สามารถมาแก้ทาง Y’bneth ได้ในเวลาที่ต้องการนะครับ อันที่จริงแล้วในกรณีนี้ ที่ถูกต้องคือ คนที่เล่นโรมมิ่งต่างหาก ที่ต้องเลือก Baldum มาแก้ทาง Y’bneth ไม่ใช่คนที่เล่นออฟเลน ต้องมาเลือก Baldum ไป

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  แบทแมน อัศวินรัตติกาล นักฆ่าที่มีพลังโจมตีแรงที่สุด ในเกม ROV รีวิวฮีโร่ใหม่ ประจำสัปดาห์
เกมนี้ ผมตั้งใจหยิบ Tulen มายืนออฟเลน เพื่อแก้ทาง Florentino โดยเฉพาะ
เกมนี้ ผมตั้งใจหยิบ Tulen มายืนออฟเลน เพื่อแก้ทาง Florentino โดยเฉพาะ เพราะ Florentino ต้นเกม แพ้ทางดาเมจเวทเป็นอย่างมาก ยิ่งเจอกับ Tulen นี่ แพ้ทางสุดๆ

เห็นมั้ยครับว่า การจะเลือกฮีโร่เพื่อมาแก้ทาง มันเกี่ยวพันกับตำแหน่งในการเล่นด้วยนะครับ ไม่ใช่ว่า จะหยิบมากันแบบมั่วๆ แต่มันต้องคำนวณให้ดีๆ ว่า ตำแหน่งไหน ควรเลือกฮีโร่ตัวไหน เพื่อมาแก้ทาง ตำแหน่งไหน ถามว่า ทำไมต้องเลือกมาให้แก้ทางด้วยล่ะ?

ฮีโร่ในเกม ROV ทุกตัว มันไม่ได้เก่ง Perfect ไร้เทียมทาน หมดทุกตัวนะครับ มันมีจุดอ่อน และมีฮีโร่ที่มันแพ้ทางอยู่เช่นกันครับ ซึ่งถ้าเราเลือกฮีโร่ที่แก้ทางมันได้ หยิบเอามาเล่นในเลนเดียวกัน ก็จะทำให้เรายืนเลนได้สบายๆ และกดดันฝั่งตรงข้ามได้ง่ายมากๆ เมื่อเรากดดันมันได้มาก ทีมของฝั่งตรงข้าม ก็ต้องมาช่วย เลนนี้ที่เรากดดัน ทำให้เลนอื่นๆ อ่อนแอ และขาดคนไปช่วย เพื่อนเราก็ไปถล่มเลนนั้นๆ ได้ง่ายมากขึ้น โดยมีตัวเรา ที่ได้เปรียบในเลน คอยกดดัน และป่วนอยู่เรื่อยๆ จนฝั่งตรงข้าม เล่นอะไรไม่ได้เลย นอกจากต้องเรียกให้เพื่อนมาช่วย หรือไม่ก็ปล่อยให้ป้อมแตกไปในที่สุด

เอาล่ะ ทีนี้เมื่อเข้าใจเรื่องหลักการดราฟฮีโร่ที่จะมาแก้ทางแล้วว่า ฮีโร่ในเลนเดียวกัน ก็ต้องเลือกฮีโร่เพื่อมาแก้ทาง ถ้าเป็นพวกตัวฟาร์มป่าฝั่งตรงข้าม เราก็ต้องเอา โรมมิ่ง/ซัพพอร์ต ทีมเรามาแก้ทาง แต่ทีนี้ มันยังไม่หมดครับ มันยังมีเคล็ดลับที่นักแข่งเค้าใช้กันอยู่เสมอ แต่หลายคนอาจจะไม่ได้สังเกต นั่นก็คือ ลำดับของตำแหน่งในการดราฟตัว

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  เทคนิคการเล่น Rourke ROV เซ็ตไอเท็ม / รูน / เสต็ปการเล่น / การใช้สกิล

การดราฟตัว มันมีความสำคัญมาก เพราะถ้าเราเปิดเผยตำแหน่งสำคัญๆ ให้ศัตรูเห็นตั้งแต่แรก เค้าก็จะเลือกฮีโร่มาแก้ทางได้ง่ายๆ เช่น ถ้าเราเลือกฮีโร่อย่างแครี่มาก่อน เช่น หยิบ Tel’Annas เป็นตัวแรก ฝั่งตรงข้าม ก็สบายเลย สามารถเลือกได้ว่า จะหยิบป่าเป็นตัวล้วง หรือจะให้เมจอย่าง The Flash มาแก้ทาง Tel’Annas ก็ยังได้ เรียกได้ว่า วางแผนแก้ทางกันได้สบายๆ เลยทีเดียว แต่ถ้าตำแหน่งแรก ดันหยิบ เมจมาก่อน มันก็จะยากแระ ที่จะเดาว่า ฝั่งตรงข้าม จะหยิบฮีโร่ตัวไหนต่อมา

ผมจึงแนะนำว่า เวลาลงแร็งค์ ให้เลือกตำแหน่ง เมจ หรือ โรมมิ่ง (เช่น Baldum ) มาก่อน เพราะเป็นตำแหน่งที่ไม่ค่อยจะมีปัญหา เรื่องการโดนแก้ทางมากนัก เพราะทั้งสองตำแหน่งนี้ จะผูกพันกับ ตำแหน่ง โรมมิ่ง/ซัพพอร์ต มักไปไหนกับเพื่อนเสมอ ไม่ได้ยืนเลนอยู่คนเดียว ไม่ได้ต่อสู้กับศัตรูในเลนอย่างเอาเป็นเอาตาย เหมือนพวกเลนข้างทั้งสองฝั่ง ดังนั้น จึงสามารถเลือกตำแหน่งเหล่านี้มาก่อนได้ จากนั้นก็ให้รอดูว่า ฝั่งตรงข้าม จะหยิบฮีโร่ตัวไหนมา เราก็เลือกเพื่อมาแก้ทาง โดยตำแหน่งฟาร์มป่า ควรจะเลือก เป็นลำดับสุดท้ายครับ เพราะส่วนใหญ่ คนที่เล่นตำแหน่งโรมมิ่ง/ซัพพอร์ต จะรอดูตำแหน่งป่าของฝั่งตรงข้ามเป็นหลัก เพื่อเลือกตัวมาแก้ทางนั่นเองครับ

ตอนดราฟตัว เห็นแล้วว่า Roxie เป็นออฟเลนฝั่งตรงข้าม ก็เลยหยิบ Marja มาแก้ทาง
ตอนดราฟตัว เห็นแล้วว่า Roxie เป็นออฟเลนฝั่งตรงข้าม ก็เลยหยิบ Marja มาแก้ทาง Roxie โดยเฉพาะ

ยกตัวอย่างง่ายๆ จากในภาพด้านบนนี้ ผมได้เลือกเป็นคนสุดท้าย ซึ่งเป็นตำแหน่งออฟเลน และเห็นแล้วว่า การดราฟตัวของฝั่งตรงข้าม ชัดเจนว่า หยิบ Roxie มายืนออฟเลน ดังนั้น ผมจึงหยิบ Marja มาแก้ทาง เพราะ Roxie แพ้ทางดาเมจเวท และ แพ้ทางในเรื่องของระยะกับ Marja ผลคือ Roxie โดนกดเลนให้อยู่แต่ในป้อม และไม่สามารถโยกเลนไปไหนได้ ไม่สามารถไปฟาร์มให้ตัวเองเก่งขึ้นมาได้ เรียกได้ว่า Roxie ถูกกดดันในเลน จะไม่สามารถไปช่วยอะไรทีมได้เลย ทำให้ทีมของเรา เดินเกมกันได้ง่ายมากขึ้น ไม่ต้องรับมือกับแท็งค์ถึง 2 ตัว ( Roxie กับ Arum )

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  สูตรจัดทีมไต่แร็งค์ แบบที่ 3 เปิดแผนที่ เห็นทุกการเคลื่อนไหวของศัตรูตลอดเวลา

เมื่อมันเสียเปรียบทั้งเรื่องของ ดาเมจเวท ที่แพ้ทาง และระยะการโจมตี ที่ไกลกว่า จึงทำให้ Marja มีเลเวล และการเงิน ขึ้นนำ Roxie ที่อยู่ในเลนเดียวกัน อีกทั้งยังกดดันให้ Roxie ต้องกลับบ้านอยู่บ่อยครั้ง แล้วก็ตอดป้อมไปเรื่อยๆ ส่งผลให้ Roxie ต้องเสียป้อมไปอย่างง่ายดาย โดยที่ตัวเองก็ทำอะไรไม่ได้เลย

ผลคือ Roxie ยืนเลนไม่ได้เลย ต้องถูกกดดันให้อยู่แต่ในป้อม เงินกับเลเวลก็ตามหลัง
ผลคือ Roxie ยืนเลนไม่ได้เลย ต้องถูก Marja กดดันให้อยู่แต่ในป้อม ส่งผลให้เงินกับเลเวลก็ตามหลัง Marja มากขึ้นเรื่อยๆ
สุดท้าย Roxie ก็ต้องยอมปล่อยป้อมในออฟเลน ให้แตกไปง่ายๆ
สุดท้าย Roxie ก็ต้องยอมปล่อยป้อมในออฟเลน ให้แตกไปง่ายๆ

จะเห็นได้ว่า ถ้าเราเลือกฮีโร่เพื่อมาแก้ทางได้ถูกต้อง จะทำให้เกมของฝ่ายเรา ได้เปรียบทันที ตั้งแต่เริ่มเกมมา รวมทั้ง ตัวของเราเอง ก็เล่นได้อย่างสบายๆ ยืนเลนได้อย่างง่ายดาย ฟาร์มในเลน ไปเรื่อยๆ ก็จะเก่งขึ้นมาเอง แถมยังดันป้อมได้เรื่อยๆ อีกด้วย สร้างความกังวลให้กับฝั่งตรงข้าม และต้องถ่ายเทกำลังมาเพื่อน ป้องกัน หรือไล่เราออกจากเลนที่โดนดันครีปขึ้นมาจนสูง พอถ่ายเทคนมาไล่เรา เพื่อนเราที่อยู่ในเลนอื่น ก็เล่นสบายๆ จะดันป้อมในเลนอื่นก็ได้ หรือจะเอาจังหวะนี้ไปตีมังกร Abyssal Dragon ก็ยิ่งดีไปกันใหญ่

นี่คือ การใช้ความเข้าใจเกี่ยวกับ หลักการดราฟตัวฮีโร่ ROV มาใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด โดยจะเอาไปใช้ เวลาที่เล่นกับเพื่อนแบบเป็นทีมก็ได้ หรือจะเอาไว้ใช้เวลาที่กดไปคนเดียว Solo Rank ก็ได้เช่นกัน ยิ่งถ้าคุณเล่นแบบ Solo Rank คุณยิ่งต้องมีความเข้าใจ เรื่องการดราฟตัวเพื่อแก้ทางศัตรูในเลนมากที่สุด เพราะคุณต้องดูแลตัวเอง ถ้าไม่เลือกตัวให้ได้เปรียบ คุณจะกลายเป็นคนที่โดนเพื่อนในทีมด่า และต่อว่า เมื่อคุณตาย หรือ เสียป้อมไปเร็วแน่นอนครับ ดังนั้น ศึกษาและทำความเข้าใจ เรื่องฮีโร่แก้ทางให้ดีๆ ผมเคยอธิบายไว้ในหลายๆ บทความแล้ว ไปอ่านได้ครับ บอกไปหมดแล้วว่า ฮีโร่ตัวไหน แพ้ทางฮีโร่ตัวไหน และตำแหน่งไหน แพ้ทางตำแหน่งไหน ตามหลักของเกม MOBA ทั้งหมดอยู่ในเว็บไซต์นี้แหละครับ

อย่าลืมเข้าไปพูดคุย คอมเม้นท์ และแสดงความเห็นกันได้ ที่เฟสบุ๊คเพจ ROV Thailand กันได้นะครับ ในเพจ ROV Thailand จะมีบทความดีๆ สาระน่ารู้ และเคล็ดลับการเล่นเกม ROV พร้อมทั้งคลิปแนวทางการเล่น และจังหวะการเล่นของฮีโร่แต่ละตัว เอามาลงให้ศึกษากันด้วย แล้วพบกันที่เพจ ROV Thailand นะครับ