วิเคราะห์ Mganga ROV หลังจากได้บัพมาใหม่ เก่งขึ้นแค่ไหน และเหมาะกับตำแหน่งอะไร

หนึ่งในฮีโร่ที่ต้องบอกว่า เก่งมากๆ ในแพทช์ปัจจุบันนี้ก็คือ Mganga ครับ ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เป็นความจงใจที่ทางทีมงานเค้าต้องการบัพให้ Mganga เก่งขึ้นมาจริงๆ เพราะเดิมทีมันก็ไม่น่าเล่นอยู่แล้ว หลังจากที่โดนเนิฟและบัพอยู่หลายครั้ง มันก็ยังไม่สามารถหยิบมาเล่นได้จริงๆ ได้แค่ครึ่งๆ กลางๆ เพราะขาดในเรื่องของดาเมจ ดังนั้น มาคราวนี้เค้าเลยจัดหนัก ปรับให้สกิลต่างๆ ของ Mganga มันทันสมัยมากขึ้นกว่าเดิม และทำให้มันน่าเล่นขึ้นมากกว่าเดิมเยอะ แต่ข้อเสียก็ยังมีอยู่นะครับ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ผมก็จะมาทำการ วิเคราะห์ Mganga ROV ในแพทช์ปัจจุบันให้ได้เข้าใจกันว่า มันเก่งขึ้นอย่างไร และมีจุดอ่อนที่ต้องระวังอะไรบ้าง?

วิเคราะห์ Mganga ROV : เก่งขึ้นอย่างไร และควรนำมาเล่นในตำแหน่งไหน?

Mganga ในแพทช์ปัจจุบันนี้ได้รับการบัพความสามารถให้มันเก่งขึ้นในหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความคล่องตัว และอีกหลายๆ เอฟเฟกต์พิเศษที่เพิ่มขึ้นมา การที่เราเข้าใจว่า Mganga มันเก่งขึ้นในเรื่องใดบ้าง จะทำให้เราเข้าใจมากขึ้นว่า เราควรหยิบมันมาเล่นกับเกมแบบไหน ในตำแหน่งไหนถึงจะส่งเสริมให้มันโหดมากที่สุด

เดินเร็ว

Mganga ในแพทช์นี้จะได้รับความสามารถในการเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ให้กับตัวเอง สูงสุดถึง 20% โดยเป็นผลมาจากสกิล 2 ซึ่งทุก Stacks ที่สะสมได้ จะเพิ่มความเร็วขึ้น Stacks ละ 4% สูงสุด 5 Stacks ซึ่งการสะสม Stacks นั้น ก็ง่ายมากๆ เพราะมันไม่ได้นับจำนวนครั้งที่ใช้สกิล 2 เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว แต่เป็นการนับจากจำนวนศัตรูที่โดนสกิล 2 ทำให้การเคลียร์ครีปแค่เวฟเดียว ก็ทำให้ Mganga เดินได้เร็วมากขึ้นแล้ว ทำให้มันสามารถโยกเลนไปช่วยเพื่อนได้เร็วขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องซื้อรองเท้า Hermes’Select เลย

Mganga สามารถเพิ่มความเร็วให้ตัวเอง ด้วยสกิล 2
Mganga สามารถเพิ่มความเร็วให้ตัวเอง ด้วยสกิล 2 ทำให้การเดินไล่ฆ่าเป้าหมาย หรือ หนีออกจากไฟต์ ทำได้ง่ายขึ้น

รวมทั้งในจังหวะที่กำลังเข้าไฟต์ ก็กลายเป็นการเพิ่มความคล่องตัวให้กับ Mganga ในการไล่ฆ่า หรือ การหนี ทำได้ง่ายมากขึ้นอีกด้วยนั่นเองครับ ถือว่า มีประโยชน์มากๆ เลยนะครับ อย่างที่บอก การเก็บ Stacks 5 ครั้ง ด้วยสกิล 2 ของ Mganga ในปัจจุบันนั้น ทำได้ง่ายมากๆ แปลว่า Mganga จะวิ่งได้เร็วขึ้น 20% ได้ง่ายมากๆ ซึ่งระยะเวลาที่วิ่งเร็วขึ้นก็มากถึง 5 วินาทีเลยนะครับ อันนี้ถือว่า เจ๋งมากครับ

ลดฟื้นฟูได้โดยที่ยังไม่ต้องพึ่งไอเท็มลดการพื้นฟู

ตรงนี้เป็นผลมาจากสกิลติดตัวของ Mganga นะครับ โดยทุกๆ ครั้งที่ Mganga ใช้การโจมตีปกติ, สกิล 1 หรือ สกิล 2 ก็เหมือนเดิมนั่นแหละครับ จะกลายเป็นการสะสม Voodoo Mark ที่เป้าหมาย ซึ่งถ้าเป็นสมัยก่อนก็แค่สร้างความเสียหายเวท แต่ในปัจจุบัน Mganga ได้รับการบัพเพิ่มการลดเกราะเวท และ ลดการฟื้นฟู เป็นเวลา 5 วินาที ต่อเป้าหมายที่โดนด้วยนะครับ ซึ่งหากสะสมได้ครบ 5 Marks จะลดเกราะเวทได้ถึง 30% และ ลดการฟื้นฟูเป้าหมายได้ถึง 40% และที่สำคัญ เอฟเฟกต์พวกนี้จะไม่ทับซ้อนกับเอฟเฟกต์ที่ได้จากไอเท็มด้วยนะครับ

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  Tulen ROV ฟาร์มป่า หรือ Endurance ใช้สกิลชาเลนเจอร์แบบไหนดีกว่ากัน

นั่นแปลว่า เราสามารถออกไอเท็ม ลดการฟื้นฟู อย่าง Soul Scroll มาเพิ่มได้ ทำให้สามารถลดการฟื้นฟูได้ถึง 90% ตามตัวเลขเลยนะครับ (อันนี้ว่ากันตามตัวเลข) ในทางปฏิบัติจริง ไม่ต้องพูดถึงว่าลดไปเท่าไหร่ ไม่ต้องไปคำนวนอะไรมากมายตรงนั้น แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ พวกที่ดูดเลือดได้จากสกิล หรือ ดูดเลือดได้จากไอเท็มทั้งหลาย เจ็บปวดแน่นอน เพราะมันจะดูดเลือดไม่ขึ้นเลยล่ะครับ

มีโล่ตอนกดใช้อัลติ ทำให้เข้าไปนัวไฟต์ได้มากขึ้น ตายยากขึ้น

อัลติของ Mganga ไม่ใช่แค่สกิลที่เอาไว้กดใช้ตอน Mark ครบ 5 ครั้งอีกต่อไปแล้ว แต่สามารถกดใช้ในยามฉุกเฉินได้เช่นกัน เพราะมันสามารถสร้างโล่ให้กับตัวของ Mganga ได้ด้วย และความหนาของโล่จะเพิ่มขึ้นตามจำนวน Stacks จากสกิล 2 ที่ได้สะสมไว้อีกด้วย นั่นเท่ากับว่า จังหวะการเข้าไฟต์ หรือ การเอาตัวรอดตอนเข้าไฟต์ของ Mganga จะมีสูงมากขึ้นนั่นเองครับ ดีกว่าสมัยก่อนหลายเท่าเลยทีเดียว

Mganga จะมีโล่ตอนกดอัลติ ช่วยให้เอาตัวรอดได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม
Mganga จะมีโล่ตอนกดอัลติ ช่วยให้เอาตัวรอดได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

มีสโลว์เยอะมากๆ จากทั้งสกิล 1 และ 2 ซึ่งซ้อนทับกันได้ ทำให้สโลว์หนักขึ้นไปอีก

นี่เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญของ Mganga เลยนะครับ นั่นคือ การเพิ่ม CC ในเรื่องการสโลว์เข้ามาให้กับสกิล 1 และ 2 ของ Mganga ซึ่งแต่ละสกิล จะมีผลในการสโลว์ 30% ซึ่งสามารถทับซ้อนและเพิ่มได้ นั่นเท่ากับว่า หากศัตรูโดนทั้งสกิล 1 และสกิล 2 ไปพร้อมๆ กัน จะถูกสโลว์ถึง 60% เลยทีเดียวนะครับ ซึ่งถือว่า หนักเอาเรื่อง หากเป้าหมายไม่ได้ใส่รองเท้าต้านทานสถานะหรือ Gilded Greaves จะก้าวขาลำบากมากๆ และตกเป็นเป้านิ่งของ Mganga รวมทั้งเพื่อนร่วมทีมของ Mganga รุมฆ่าได้ง่ายมากๆ เลยทีเดียว

ถ้าโดนทั้งสกิล 1 และ 2 ของ Mganga เข้าไป จะก้าวขาไม่ออก
ถ้าโดนทั้งสกิล 1 และ 2 ของ Mganga เข้าไป จะก้าวขาไม่ออก
ดาเมจของ Mganga มันแรง แถมยังโดนคอมโบ สกิล 1 กับ 2 ไปอีก ตายสถานเดียวเลย
ดาเมจของ Mganga มันแรง แถมยังโดนคอมโบ สกิล 1 กับ 2 ไปอีก ตายสถานเดียวเลย

เหมาะกับตำแหน่งซัพพอร์ตมากขึ้นกว่าเดิม

หากเราพิจารณาจากทุกๆ ข้อด้านบนที่ผมได้กล่าวมาแล้ว จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า Mganga ในแพทช์นี้ ไม่ได้ถูกปรับเพิ่มให้ทำดาเมจเวทได้รุนแรงขึ้นแต่อย่างใด แต่ถูกปรับเพิ่มในเรื่องของ CC และการเอาตัวรอดเพิ่มเข้ามา ทำให้ตัวมันเอง มีความโดดเด่นในเรื่องการเป็นซัพพอร์ต มากกว่าการเป็นเมจซะอีกนะครับ แต่การจะหยิบ Mganga มาเล่นในตำแหน่งซัพพอร์ต เราก็ต้องมีการปรับการดราฟตัวและจัด Composition ของทีมใหม่ เพื่อให้เกิดความสมดุลในการเล่นมากที่สุด ตั้งแต่ต้นเกม ไปจนถึงเลทเกม และต้องเล่นตามแผนด้วยนะครับ ไม่ใช่หยิบมาซัพพอร์ต แล้วเล่นไปเรื่อยเปื่อย แบบนั้นไม่ได้ เพราะจะเก่งได้แค่ช่วงต้นเกม แต่กลางเกม ถึงเลทเกม จะทำอะไรไม่ได้เลย และถูกพลิกกลับได้ง่ายมากๆ

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  ไอเท็มลับ ROV ราคาประหยัดแต่เทพได้ตั้งแต่ต้นเกม แครี่ ไฟต์เตอร์ และแอสซาซินต้องอ่านด่วน

เหมาะกับการเล่นในทีมที่มี เมจเลนกลางประเภท Burst Damage หรือ เมจฟาร์มป่า

เหตุผลก็เพราะว่า ดาเมจเวทจากสกิลต่างๆ ของ Mganga มันไม่ได้รุนแรงอะไรมากมาย อีกทั้งยังต้องใช้การโจมตีต่อเนื่องอีกหลายครั้งกว่าที่จะทำดาเมจโดยรวมได้รุนแรง ดังนั้นเราจึงควรหยิบเมจมาเล่นในทีมอีกสักตัวนึง และเป็นพวกดาเมจประเภท Burst Damage แบบชุดเดียวหาย จากเหตุผล 2 ประการ ได้แก่

1. Mganga ทำดาเมจเวทเป็น DPS อยู่แล้ว การหยิบเมจประเภท DPS เข้ามาในทีมอีกตัวนึง ไม่ได้สร้างจุดเด่นหรือทำให้ทีมเล่นง่ายขึ้นแต่อย่างใด แต่จะทำให้ดาเมจตอนเข้าไฟต์มันขาด ในทางกลับกัน ถ้าเราหยิบเมจประเภท Burst Damage แบบชุดเดียวหาย มาคอมโบสกิลกับ Mganga จะทำให้ดาเมจตอนเข้าไฟต์ของทีมเราเหลือเฟือเลยทีเดียว ฆ่าศัตรูได้สบายๆ แน่นอน

2. สกิลติดตัวของ Mganga มีเรื่องของการ “ลดเกราะเวท” เพิ่มเข้ามา ซึ่งการลดเกราะเวท มีผลให้การโจมตีที่เป็นดาเมจเวทจากเพื่อนร่วมทีมของเรา รุนแรงมากขึ้น เพราะเป้าหมายถูกลดเกราะเวทลงไปแล้ว โดยลดเป็น % ซึ่งนั่นถือได้ว่า น่ากลัวมากๆ เพราะแปลว่า ต่อให้ออกเกราะเวทชิ้นใหญ่เช่น Medallion of Troy หรือ Gaia’s Standard ก็ไม่มีผล เนื่องจากจะถูกลดเกราะเวทลงไปเป็น % ซึ่งทำให้เกราะเวทที่เหลืออยู่มันน้อยมากๆ และจะได้รับดาเมจเวทแรงขึ้นมากๆ ทันที

Mganga มันแรงมากในช่วงต้นเกม หากจัด Comp ให้ดี จะกดดันฝั่งตรงข้ามได้ตั้งแต่ต้นเกม
Mganga มันแรงมากในช่วงต้นเกม หากจัด Comp ให้ดี จะกดดันฝั่งตรงข้ามได้ตั้งแต่ต้นเกมเลยทีเดียว

ดังนั้น ถ้าเราหยิบ Mganga มาจัด Composition ร่วมกับฮีโร่ประเภทเมจที่ทำดาเมจแรงๆ แบบ Burst Damage จะทำให้น่ากลัวแบบสุดๆ และโหดมากๆ ในช่วงต้นเกม ฆ่าศัตรูได้อย่างรวดเร็ว และกลางเกม จนถึงเลทเกม ก็ยังอันตรายมากอยู่ดี เพราะโดนลดเกราะเวทลงไป ทำให้โดนดาเมจเวทรุนแรงมากขึ้น การเข้าปะทะตรงๆ แล้วโดนการโจมตีปกติ, สกิล 1 หรือ สกิล 2 ของ Mganga จึงไม่ใช่เรื่องที่ดีที่ควรกระทำเลยทีเดียว เพราะยิ่งติด Voodoo Mark มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งโดนลดเกราะเวทลงไปมากขึ้นเท่านั้น

สรุปง่ายๆ ก็คือ เกมไหนที่มีฝ่ายเราเลือกฮีโร่ประเภทเมจที่มีดาเมจรุนแรงมาเล่น เช่น Raz, Paine, Keera, Zill เราสามารถหยิบ Mganga มาเล่นซัพพอร์ตให้กับทีมได้เลยครับ รับรองว่า ดาเมจเวทของเมจพวกนี้จะแรงขึ้นอีกเยอะหากคอมโบ หรือ เล่นงานใส่ศัตรูที่ติด Voodoo Mark ครบ 5 ครั้ง ไส้แตกตายคาที่แน่นอนครับ

วิเคราะห์ Mganga ROV : แพ้ทางอะไรบ้าง?

เจ้า Mganga เมจตัวนี้ แม้จะได้รับการบัพความสามารถให้เก่งขึ้น แต่มันก็ยังมีข้อเสีย หรือ จุดที่มันแพ้ทางอยู่เหมือนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยนะครับ ได้แก่

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  วิเคราะห์ Arum ฮีโร่ ROV ควรหยิบมาเล่นกับเกมแบบไหน ด้วยเงื่อนไขแบบไหน?

แพ้ทางฮีโร่ที่โจมตีระยะไกลและแรงมากๆ บอกเลยว่า ฮีโร่ประเภท Burst Damage นั้น Mganga มันไม่ชอบเลยครับ Mganga มันชอบฮีโร่ตีใกล้ และโจมตีแบบ DPS เพราะตัวมันเองก็โจมตีแบบ DPS เช่นกัน คือ ยืนซัดกันนานๆ แบบนี้ Mganga ชอบ แต่ถ้าเป็นพวกที่ดาเมจแรงๆ เข้ามาตูมเดียวหาย แบบนี้ Mganga ไม่ชอบครับ

แพ้ทางตัวล้วงประเภท Burst Damage เพราะเคลื่อนที่ช้า และไม่มีสกิลสำหรับหนี ยังไงซะตัวมันเองก็คือเมจ ถ้าโดนโจมตีแรงๆ เข้าไป ก็ยืนรับไม่ไหว และต้องตายลงไปอยู่ดีครับ โดยเฉพาะพวกที่เข้ามาแล้ว ชุดเดียวหาย เช่น Kriknak, Zuka, Quillen, Keera พวกนี้ Mganga ไม่ชอบครับ เพราะไม่ทันได้โจมตีตอบโต้ ก็ตายซะแล้ว ดาเมจมันแรงจัดๆ

CC ไม่หนาพอ กล่าวคือ Mganga ไม่มีสกิลประเภทจับให้ศัตรูหยุดอยู่กับที่ได้ เช่น สตั้น, ยก, ผลัก, ล็อค ซึ่งถ้าเจอพวกศัตรูที่มีความว่องไว แว้บไปแว้บมา แบบนี้ Mganga จะสู้ไม่ได้ครับ ปาสกิลให้ถูกตัวได้ยาก อย่างไรก็ตามปัญหาตรงนี้เราสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการดราฟตัวเข้ามาช่วยได้

ต้องการทีมที่มีแครี่ยิงไกล และเมจยิงไกล และแรง ที่จะสนับสนุนดาเมจให้จากแนวหลัง เพื่อช่วยในการโซนพื้นที่ เพราะระยะการโจมตีของ Mganga ถือว่าเป็นการโจมตีระยะกลาง ไม่ได้ไกลอะไรมากมาย และไม่ได้ใกล้เกินไป และดาเมจเวทของมันไม่ได้รุนแรงอะไร ดังนั้น Mganga ต้องการดาเมจสนับสนุนที่แรงๆ จากด้านหลังมาช่วยทำให้ศัตรูบาดเจ็บหนักมากที่สุด ซึ่งก็ต้องเป็นการโจมตีสนับสนุนจาก แครี่ และเมจ นั่นเอง

จากที่ผมได้ทำการ วิเคราะห์ Mganga ROV มานั้น จะเห็นได้ว่า ความเหมาะสมในการหยิบ Mganga ในปัจจุบันเราสามารถหยิบมาเล่นได้ทั้งตำแหน่ง ซัพพอร์ต, เลนกลาง และฟาร์มป่า ใช่ครับ อ่านไม่ผิด เราเอามาฟาร์มป่าด้วยได้เช่นกันครับ แต่ถ้าถามว่า ตำแหน่งไหนดีที่สุด ก็ต้องตอบว่า ตำแหน่งซัพพอร์ต เล่นแล้ว สนุก และส่งผลกระทบกับฝั่งตรงข้ามได้มากที่สุดตั้งแต่ต้นเกม เพียงแต่ควรจะเล่นกับเพื่อน มากกว่ากดไปคนเดียวนะครับ เพราะมีเรื่องการจัด Composition ของทีมให้สอดคล้องกับการหยิบ Mganga มาฟาร์มป่า และแผนการเล่นที่ต้องเล่นเป็นทีมให้มากๆ เนื่องจาก Mganga เป็นเมจที่เบี่ยงออกไปในทางซัพพอร์ต มันจึงไม่ใช่เมจที่เก่งเวลาเดินคนเดียว แต่เป็นเมจที่ชอบการเดินด้วยกันไปกับเพื่อน จะทำให้มันเก่งมากที่สุดนั่นเองครับ

บทความก่อนหน้านี้2 ทริคการเล่น Butterfly ROV และวิธีเล่น Butterfly 2 ข้อ อ่านจบเล่นโหดขึ้นทันที
บทความถัดไปLu Bu ฟาร์มป่า เหมาะกับเกมแบบไหน มีแนวทางการเล่นอย่างไร ทริค ROV