Gildur โรมมิ่ง สายเจ้าสัว ฮีโร่เล่นง่ายสำหรับการ Solo Rank สอนเล่น ROV

ในการเล่นแบบกดสุ่มไปคนเดียวในโหมดจัดอันดับ หรือที่เรามักจะเรียกกันติดปากว่า การ Solo Rank นั้น การเลือกฮีโร่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ชนิดที่ว่า สามารถส่งผลให้ เล่นง่าย, เล่นยาก, แพ้เร็ว, ชนะเร็ว ได้เลยทีเดียวนะครับ โดยเฉพาะตำแหน่ง โรมมิ่ง/ซัพพอร์ต ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีแต่คน “เกี่ยงที่จะไม่เล่น” หรืออาจจะพูดได้ว่า เป็นตำแหน่งที่ไม่มีใครอยากจะเล่น คนส่วนใหญ่คิดแบบนั้น แต่สำหรับคนที่มาอ่านข้อมูลจากเว็บไซต์แห่งนี้ คงจะรู้อยู่แล้วว่า ตำแหน่ง โรมมิ่ง/ซัพพอร์ต สำคัญมากที่สุดในเกม ROV และเป็นตำแหน่งที่ผมจะเน้นการสอนมากกว่าตำแหน่งอื่นๆ หลายเท่าตัว และในวันนี้ ผมก็จะมาแนะนำ Gildur โรมมิ่ง ฮีโร่ที่สามารถนำมาเล่น Solo Rank ในตำแหน่งโรมมิ่ง/ซัพพอร์ต ได้ง่ายที่สุด และมีโอกาสพาทีมชนะได้สูงมากที่สุดเช่นเดียวกัน เพราะอะไร? เดี๋ยวผมอธิบายให้ได้เข้าใจกันครับ สั้นๆ ไม่เยอะ

Gildur โรมมิ่ง มันเก่งยังไง ทำไมถึงควรหยิบมา Solo Rank

Gildur เป็นแท็งค์ที่มีจุดเด่นในเรื่องของ CC เป็นฮีโร่ตัวฟรีที่อยู่กับเกม ROV มาตั้งแต่แรกเริ่ม เป็นฮีโร่ที่เค้าแจกกันฟรีๆ (หรือซื้อด้วยเพชรที่ได้มาฟรีๆ จากตัวเกม) ตัวมันเองนั้น เคยเป็น God (เทพ) ในเกม ROV อยู่หลายซีซั่นด้วยกัน เพราะมีการบัพให้มันเก่งขึ้น ชนิดที่ว่า ตบแปะเดียว ป้อมแตกก็มีมาแล้ว ใครเล่นเกม ROV ในช่วงซีซั่นแรกๆ คงจะยังจำกันได้ มาจนถึงในปัจจุบันนี้ ถามว่า Gildur มันมีดียังไง ทำไมเราถึงควรจะหยิบมันมา Solo Rank ในตำแหน่ง โรมมิ่ง/ซัพพอร์ต ด้วย

เหตุผลง่ายๆ ครับ เพราะการเล่นแบบ Solo Rank นั้น มันเป็นการเล่นแบบ ตัวใครตัวมันอย่างแท้จริง การเลือกเล่นฮีโร่ประเภทแท็งค์สายบู๊ ยืนบวก ยืนชน ยืนค้ำ อาจจะมีโอกาสแพ้สูงมากๆ เพราะส่วนใหญ่ แครี่ และเมจของทีมเรา มักจะเป็นพวกอ่อนประสบการณ์ (อันนี้ไม่ได้ดูถูก แต่มันคือเรื่องจริง) และเวลาจะเข้าไฟต์ มักจะเกี่ยงกัน ให้คนอื่นเข้าก่อน ให้ไปตายก่อน ตัวเองถึงค่อยเข้าไป เมื่อเป็นแบบนี้ การหยิบแท็งค์ประเภทตัวหนาๆ บู๊ล้างผลาญ จึงไม่สามารถการันตีชัยชนะได้ Gildur ก็เลยเป็นคำตอบ

Gildur เป็นแท็งค์ที่โจมตีเป็นดาเมจเวท มีสกิลทุกๆ สกิลที่มี CC คือ สตั้น และจับล็อค (อัลติ) มีสกิล 2 ที่ยิงก้อนทองออกไปเป็นดาเมจเวทจากระยะไกล และสตั้นเป้าหมายที่โดนแบบเป็นกลุ่มอีกด้วย รวมทั้งทุกๆ ครั้งที่ Gildur ใช้สกิล Passive สร้างโล่จะทำงาน ทำให้ตัวมันเองนั้น มีความอึด และแข็งแกร่งไปพร้อมๆ กับการทำดาเมจเวทจากระยะไกล และสตั้นศัตรูได้อีกด้วย

สกิล 2 ของ Gildur มันขึ้นชื่อเลยว่า เป็นสกิลที่น่ารำคาญมากที่สุดในเกม เพราะมีดาเมจเวทด้วย และสตั้นด้วย แถมยิงจากระยะไกลอีก มันจึงทำดาเมจใส่ศัตรูด้วย และยกเลิกสกิลต่างๆ (Cancel Skill) ของศัตรูได้อีกด้วย ถ้าแครี่ หรือ เมจ โดนเข้าไปหลายๆ ที เป็นต้องกลับบ่อไปเติมเลือดแน่นอนครับ เพราะแครี่ และเมจต้นเกม ไม่นิยมออกไอเท็มกันเวทกันหรอกนะครับ อย่างมากก็รองเท้ากันเวท ซึ่งมันก็ป้องกันได้ไม่เยอะหรอกครับ โดยเฉพาะแครี่ มักจะออกเป็นรองเท้าตีเร็วอยู่แล้ว ดังนั้น เวลาโดนสกิล 2 ของ Gildur เข้าไป จะโดนดาเมจเวทเต็มๆ และยังโดนสตั้นแบบเต็มเวลาอีกด้วย

สกิล 2 ของ Gildur ป่วนมาก พยายามเล็งที่แครี่และเมจฝั่งตรงข้ามเป็นหลัก
สกิล 2 ของ Gildur ป่วนมาก พยายามเล็งที่แครี่และเมจฝั่งตรงข้ามเป็นหลัก จะได้ผลดีที่สุด

และด้วยความที่เรามีพลังแฝง Alchemy จึงทำให้ Gildur สามารถกลายเป็นเจ้าสัวได้อย่างง่ายดาย เดิมทีจุดอ่อนของ Gildur ไม่ว่าจะเล่นในตำแหน่งไหนก็ตาม ก็คือ มันเป็นฮีโร่เลทเกม คือ จะเก่งได้ต้องมีไอเท็ม ทีนี้เมื่อเราใช้พลังแฝง Alchemy เข้ามาช่วย ก็จะทำให้การเงินของ Gildur โรมมิ่ง ไม่ได้ตามหลังเพื่อนในทีมอะไรมากนัก แทบจะไม่ต่างจากการเล่น Gildur ยืนเลนเลยทีเดียว เมื่อ Gildur ไม่ได้จน ดาเมจของมันก็จะแรง ยิงสกิล 2 แต่ละครั้ง จะทำให้ศัตรูบาดเจ็บหนักมาก โดยเฉพาะพวกตัวบางๆ อย่าง แครี่ และเมจ ถ้าโดนเข้าไปนี่ เจ็บปวดรวดร้าวแน่นอน

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  มือถือรุ่นไหน เล่น ROV ได้ลื่น และสามารถอัดหน้าจอมาลงเป็นคลิปได้

การเล่น Gildur โรมมิ่งนั้น เราสามารถเล่นได้ทั้งสาย Holy Thunder และ Alchemy เลือกเอาตามที่ชอบได้เลย และถึงแม้ว่า พลังแฝง Alchemy จะโดนเนิฟให้ได้รับเงินต่อนาทีน้อยลงก็ตาม มันก็ยังดีกว่าที่ไม่ได้บูสเงินเพิ่มจากอะไรเลย และ Gildur เอง ก็ไม่ได้มีพลังแฝงหลักประจำตัวอะไรอยู่แล้ว ทำให้สามารถเลือกใช้พลังแฝง Alchemy ได้อยู่ดี แม้ว่าพลังแฝงดังกล่าวนี้จะโดนเนิฟก็ตาม Gildur โรมมิ่ง ก็ยังใช้ประโยชน์จากความรวยตรงนี้ของพลังแฝง Alchemy ได้อยู่ดี

เซ็ตไอเท็ม รูน พลังแฝง Gildur โรมมิ่ง ROV
เซ็ตไอเท็ม รูน พลังแฝง Gildur โรมมิ่ง ROV

ที่ผมบอกว่า แม้ในแพทช์หน้าจะมีการเนิฟพลังแฝง Alchemy ให้ได้เงินต่อนาทีน้อยลงไป และ Gildur ยังคงสามารถใช้ประโยชน์จากพลังแฝง Alchemy ได้อยู่นั้น เพราะว่า Gildur ไม่ได้ประโยชน์จากแค่พลังแฝง Alchemy เพียงอย่างเดียว แต่ยังจะได้เงินจากพลังแฝง Minion Kill อีกด้วย ดังนั้น ไม่ว่ายังไง การเล่น Gildur ด้วยสูตรนี้ ก็ยังทำให้การเงินของ Gildur รวยเร็วขึ้นมากกว่าการเล่นด้วยพลังแฝงอย่างอื่นอยู่ดี ยิ่งถ้ายืนประกบแครี่ตลอดเวลา ช่วยเคลียร์ครีปตลอด จะยิ่งรวยเร็วมากกว่านี้ขึ้นไปอีก

รูน และเซ็ตไอเท็มของ Gildur โรมมิ่ง สายเจ้าสัวเซ็ตนี้นั้น จะใช้เป็นรูนเมจตีเร็วมาตรฐานทั่วไป นั่นคือ Desolate / Spirit / Stain ส่วนไอเท็มช่วงต้นเกม จะเน้นไปที่รองเท้าลดคูลดาวน์ Flashy Boots เป็นหลักไปก่อน จนถึงช่วงเลทเกม ก็จะเปลี่ยนมาเป็นรองเท้ากันเวทแทน เพื่อป้องกันสถานะ CC จากฝั่งตรงข้าม (ต้นเกมเน้นยิงสกิล 2 ได้รัวๆ ก่อน เลทเกมค่อยเน้นต้านทานสถานะ) สิ่งสำคัญที่ต้องระลึกเอาไว้เสมอก็คือ Gildur ในตำแหน่งโรมมิ่ง/ซัพพอร์ตสายนี้ จะเน้นการออกไอเท็มแบบเพียวดาเมจ คือ เน้นการยิงสกิล 2 แล้วแรง โดนทีมีสะดุ้ง ดังนั้น ตัวของมันจะบาง เนื่องจากไม่มีไอเท็มป้องกันอะไรเป็นหลักเลย การเล่น Gildur สายนี้ จึงต้องใช้ความพลิ้วเป็นหลัก หลีกเลี่ยงการเข้าไปปะทะกับศัตรูตรงๆ และเน้นการใช้อัลติให้ถูกจังหวะ

ในส่วนของไอเท็มนั้น Soul Scroll สามารถเปลี่ยนออกเป็นอย่างอื่นได้นะครับ เช่น Berith’s Agony เป็นต้น ถ้าหากเมจของทีมเราออก Soul Scroll มาแล้ว เราสามารถเปลี่ยนเป็นไอเท็มเวทอย่างอื่นได้เลยครับ เพื่อเพิ่มความโหดให้กับ Gildur มากขึ้น

เป้าหมายของการยิงสกิล 2 ของ Gildur นั้น ต้องเน้นไปที่แครี่ และเมจฝั่งตรงข้ามเป็นหลัก หลีกเลี่ยงการยิงสกิล 2 ใส่แท็งค์ของฝั่งตรงข้าม เพราะมันจะเสียของ ดาเมจของสกิล 2 มันรุนแรงในระดับหนึ่งและเป็นดาเมจเวท หากโดนแครี่ หรือ เมจ จะทำให้เจ็บมากตั้งแต่ต้นเกมจนถึงเลทเกม ดังนั้น เวลาเล่น Gildur ต้องพยายามเดินหามุมโล่งๆ ยิงใส่แครี่และเมจฝั่งตรงข้ามเรื่อยๆ ยิ่งยิงโดนบ่อยเท่าไหร่ ก็ยิ่งสามารถส่งแครี่และเมจฝั่งตรงข้ามกลับบ้านได้บ่อยมากขึ้นเท่านั้น อารมณ์คล้ายๆ กับการเล่น Elsu นั่นแหละครับ แต่มันจะยิงได้บ่อยกว่า และถี่กว่าเท่านั้นเอง

อ่านมาถึงตรงนี้อาจจะคิดว่า ความน่ากลัวจริงๆ ของ Gildur อยู่ที่สกิล 2 ใช่มั้ยล่ะครับ? ถูกต้องแล้วครับ แต่ยังไม่หมด เพราะความโหดของ Gildur ที่แท้จริงนั้น อยู่ที่อัลติเมทสกิลด้วยนะครับ เพราะอัลติของ Gildur สามารถสตั้นศัตรูได้เป็นหมู่คณะ เรียกได้ว่า ถ้าศัตรูหลายๆ ตัวโดนจับล็อคพร้อมกัน เกมพลิกได้เลยนะครับ ซึ่งตรงนี้ต้องใช้ทริคหรือจังหวะการเข้าไปจับล็อคของ Gildur ให้เหมาะสม ให้ถูกจังหวะ ได้แก่

1. พุ่งเข้าไปด้วยสกิล 1 แล้วกดใช้อัลติทันที ถ้าไม่ถึงตัวเป้าหมาย ก็ต่อระยะด้วย Flicker ใช่ครับ เราสามารถกดใช้ Flicker เพื่อย้ายตำแหน่งอัลติขณะที่ Gildur กำลังอัลติอยู่ได้นะครับ โดยที่อัลติไม่หลุดครับ – หรือ กดใช้สกิล 1 + Flicker เพื่อต่อระยะ ให้ถึงตัวเป้าหมาย แล้วค่อยกดใช้อัลติ ก็ได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ณ เวลานั้นเลยครับ

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  Valhein ROV สายไฮบริด ความแรงที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว เน้นความสมดุล
อัลติของ Gildur ถ้าใช้ให้ถูกจังหวะ จะจับล็อคศัตรูได้หลายตัวพร้อมๆ กัน
อัลติของ Gildur ถ้าใช้ให้ถูกจังหวะ จะจับล็อคศัตรูได้หลายตัวพร้อมๆ กัน พลิกไฟต์ได้สบายๆ เลย

2. ใช้ออฟชั่น Cleansing ของไอเท็มซัพพอร์ตขณะที่กำลังใช้อัลติ เพื่อป้องกันไม่ให้ฮีโร่ฝั่งตรงข้ามใช้สกิลประเภทสตั้น, ผลัก หรือ ยก เพื่อทำให้ Gildur หลุดจากอัลติได้ พูดง่ายๆ ก็คือ ป้องกันไม่ให้ Gildur ขณะที่กำลังใช้อัลติอยู่นั้น ถูกขัด หรือ ถูกยกเลิกนั่นเอง ก็กดใช้ออฟชั่นล้างสถานะของไอเท็มซัพพอร์ตช่วยซะเลย

ถ้าผู้เล่นฝึกใช้ทริคทั้งสองอย่างนี้ให้เฉียบคม จะทำให้จังหวะการเข้าไปจับล็อคของ Gildur นั้น โหดมากขึ้น และน่ากลัวแบบสุดๆ นะครับ และต้องดูด้วยนะครับว่า มีเพื่อนเราอยู่ตรงนั้นหรือเปล่า ไม่ใช่ว่า พุ่งเข้าไปจับล็อคอย่างเท่ กดล้างสถานะเพื่อไม่ให้โดนขัดอัลติด้วย แต่ไม่มีเพื่อนมาเติม มาทำดาเมจเลย แบบนั้นจับล็อคศัตรูไป ก็เปล่าประโยชน์นะครับ

ความสนุกของการเล่น Gildur โรมมิ่ง ก็คือ มันเป็นการเล่นในตำแหน่งซัพพอร์ต ที่ให้อารมณ์เหมือนกับการเล่นได้เล่นแครี่ แต่ตัวหนากว่า อึดกว่า ใครที่ชอบเล่นแครี่ แต่ไม่ได้เล่นแครี่ เพราะมีคนอื่นในทีมจองไปก่อนแล้ว ก็หยิบ Gildur มาเล่นในตำแหน่งซัพพอร์ตแทนได้ จะได้ไม่เครียด ไม่หัวร้อนเวลาที่ไม่ได้เล่นแครี่แต่ต้องมาเล่นซัพพอร์ต Gildur ก็เล่นได้สนุกเหมือนกันนะครับ

ถามว่า Gildur มันเป็นซัพพอร์ตที่แก้ทางฮีโร่ตัวไหนได้บ้าง เอาจริงๆ ก็ต้องบอกว่า Gildur ไม่ได้เป็นฮีโร่ที่เอาไว้แก้ทางฮีโร่ตัวไหนได้อย่างชัดเจน แต่เอาเป็นว่า มันเป็นฮีโร่ที่เอาไว้ต่อกรกับพวกที่โจมตีระยะไกล และพวกตัวล้วงได้เป็นอย่างดี แต่ไม่เก่งกับพวกไฟต์เตอร์ที่ตีรัวๆ และต้านทานสถานะ เช่น Gildur, Lu Bu พวกนี้ Gildur ไม่ชอบ แต่ถ้าเป็นพวก Elsu, The Joker, Wukong, Quillen พวกนี้ Gildur ชอบมากๆ เพราะเวลาเจอแครี่ยิงไกล Gildur ก็ใช้สกิล 2 ตอบโต้และเล่นงานได้ กดดันได้ เพราะแข็งแกร่งกว่า (จาก Passive ที่มีโล่ขึ้นทุกครั้งหลังจากที่ใช้สกิล) ส่วนพวกตัวล้วง Gildur ก็ไม่ต้องทำอะไรมา รอมันเข้ามาล้วงแครี่ ก็ใช้อัลติจับล็อคได้เลย ยิ่งเป็นพวกหายตัวได้ เราก็แค่ยืนประกบแครี่เอาไว้ รอดูจังหวะ แล้วกดใช้ออฟชั่นเปิดแมพของไอเท็มซัพพอร์ต แล้วก็พุ่งเข้าไปกดอัลติจับล็อคตัวล้วง แค่นี้แครี่ของเราก็ปลอดภัยแล้ว

ถ้าเป็นการสู้ด้วยระยะการโจมตี หรือ การปกป้องแครี่ Gildur ทำตรงนี้ได้ดีมากๆ แต่ Gildur จะไม่ชอบการเจอกับพวกที่เป็นสายโถม เช่น Cresht, Lu Bu, Volkath, Kil’Groth พวกนี้ Gildur รับมือยาก เพราะอัลติก็ช่วยไม่ได้มาก และสกิลต่างๆ ของ Gildur ก็เป็นแบบชุดๆ ไม่ได้ต่อเนื่อง รวดเร็วอะไรขนาดนั้น แต่ถ้าโถมกันมาแบบไม่เยอะ แค่ 1-2 คน แบบนี้ก็สู้ Gildur ไม่ได้ ถ้าจะเอาชนะ Gildur แบบแก้ทางเลย ต้องโถมกันมา 3-4 คน หรือ มากัน 5 คน แบบนี้ Gildur วิ่งหนีอย่างเดียวครับ รวมทั้งพวกที่ทำดาเมจเป็น True Damage เช่น Maloch, Hayate พวกนี้ Gildur ก็แพ้ทางด้วยเช่นกัน เพราะโล่ที่เป็น Passive ของ Gildur ไม่สามารถป้องกัน True Damage จากฮีโร่พวกนี้ได้นั่นเอง

ถามว่า ที่บอกว่า Gildur แพ้ทาง เช่น แพ้ทางตัวโถม, แพ้ทางตัวที่มีสกิลต้านทานสถานะ CC ได้ หรือ แพ้ทาง True Damage มันแพ้ทางแบบ 100% ชนิดที่ว่า พอเห็นฝั่งตรงข้ามหยิบฮีโร่พวกนี้มาเล่นแล้ว เราจะไม่สามารถหยิบ Gildur มาเล่นได้เลยหรือเปล่า? คำตอบก็คือ ไม่ครับ อย่างที่บอกไปแล้วว่า นี่เป็นการแนะนำสูตรการเล่น Gildur โรมมิ่ง แบบ Solo Rank นั่นแปลว่า ต่างคนต่างมา ไม่ได้กดมาด้วยกัน ดังนั้น Gildur ยังคงสามารถหยิบมาเล่นได้อยู่ แม้ว่าฝั่งตรงข้าม อาจจะใช้ฮีโร่ที่ได้เปรียบ แต่มันก็ขึ้นอยู่กับสเต็ปการเล่น และการเดินเกมอีกด้วย ไม่ว่ายังไง Gildur ก็จะได้เปรียบในเรื่องความง่ายของการเล่นที่มีมากกว่าอยู่แล้ว เพราะยิงจากระยะไกล ไม่ต้องเสี่ยงเอาตัวเข้าไปเจ็บจากการตีใกล้ และหากฝั่งตรงข้ามไม่สามัคคีกันจริงๆ แล้ว การโถมจะทำได้ยาก ส่วนการต้านทานสถานะมันก็มีระยะเวลาจำกัด 5-8 วินาที เมื่อหมดแล้วก็หมดเลย ก็ต้องรอคูลดาวน์ของอัลติใหม่ และ True Damage ก็ป้องกันได้ ด้วยการหลบ อย่าลืมว่า Gildur ไม่ได้ขาตายขนาดนั้น มีทั้งสกิล 1 ที่พุ่งหนีได้ ข้ามกำแพงได้ และยังมี Flicker อีก ดังนั้น ไม่ใช่ปัญหาเลย หากคุณมีความเข้าใจ และมีทักษะความชำนาญในการเล่น Gildur มาแล้วระดับหนึ่ง

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  ฮีโร่ในตำแหน่งไหน ในเกม ROV สำคัญที่สุด และเป็นตัวกำหนดว่าจะแพ้ หรือชนะได้เลย

การเล่น Gildur ต้องใจเย็นๆ อย่ารีบร้อน เพราะ Gildur เป็นฮีโร่เลทเกม ต้นเกมยังไม่เก่งอะไร ก็เล่นไปเรื่อยๆ เกมอาจจะตามบ้าง ตกเป็นรองบ้าง ไม่เป็นไร ใจเย็นๆ หาเงินฟาร์ม และจ่ายดาเมจต่อไปเรื่อยๆ รอจังหวะที่เหมาะสม ยิ่งเป็นการเล่นแบบ Solo Rank ด้วยแล้ว ส่วนใหญ่ผู้เล่นมักจะใจร้อน หากเราตั้งรับแบบใจเย็นๆ ฝั่งตรงข้ามจะทนไม่ไหวและผลีผลามเข้ามาจนทำให้ตัวเองผิดพลาดและโดนฆ่าตาย จากนั้นเราก็ค่อยสวนกลับทีเดียว อย่ารีบร้อน อย่าใจร้อน เพราะ Gildur มันใช้สกิลเป็นชุดๆ ไม่ได้ใช้สกิลต่อเนื่องเหมือนพวกตัว DPS อย่างไฟต์เตอร์ตัวอื่นๆ ค่อยๆ เล่น ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป

นอกจากการทำตามสูตร และเล่นตามเซ็ตไอเท็ม รูน พลังแฝง ที่แนะนำมาแล้วนั้น อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญก็คือ การไม่ตาย ไม่ว่าจะเล่นฮีโร่ตัวไหนในเกม ROV ถ้าอยากจะเก่งเร็วๆ อยากมีดาเมจแรงๆ อย่าตายบ่อยครับ ยิ่งไม่ตายเลย ก็ยิ่งดี เพราะการที่ตายไป จะทำให้เสียเวลาที่ต้องรอเกิดใหม่ ซึ่งตรงเวลาที่ต้องรอเกิดใหม่นี่แหละครับ ที่จะทำให้ exp และ การเงินของเรา ตามหลังทั้งเพื่อนร่วมทีม และตามหลังฝั่งตรงข้าม การแข่งขันที่แท้จริงในเกม ROV ไม่ใช่การฆ่ากัน ใครฆ่าได้มากกว่าก็จะเก่ง ไม่ใช่แบบนั้นนะครับ แต่เป็นการฟาร์ม การหาทรัพยากรในเกมครับ ใครที่หาทรัพยากรได้ต่อเนื่อง และเร็วกว่า ก็จะทำให้รวยกว่า เมื่อรวยกว่า ก็มีไอเท็มมากกว่า เลเวลสูงกว่า ดาเมจก็จะแรงกว่า อึดกว่า เก่งกว่านั่นเอง หลักการมันก็มีง่ายๆ แค่นี้ ส่วนการฆ่ากัน มันก็ทำให้ได้รับ Gold และ exp ด้วยเช่นกัน แต่ไม่ได้มากมายและต่อเนื่องอะไรเท่ากับ การฟาร์มในเลน และในป่าแน่นอนครับ

ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ ฮีโร่ หรือ ไอเท็มต่างๆ ในเกม ROV ได้ง่ายๆ ภายในเว็บนี้ ด้วยการพิมพ์คำที่ต้องการค้นหา ที่ปุ่มแว่นขยายมุมขวาบน ใส่ชื่อ ฮีโร่ หรือ ไอเท็ม เป็นภาษาอังกฤษเหมือนในเกม ROV ได้เลย แล้วมันจะแสดงผลทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ ฮีโร่ หรือ ไอเท็มนั้นๆ ที่คุณต้องการรู้ออกมาเองครับ

อ่านจบแล้วก็อย่าลืมเข้าไปพูดคุย คอมเม้นท์ แสดงความเห็น และดูคลิปแนวทางการเล่นอีโร่ ROV ทุกตัว ได้ที่เฟสบุ๊คเพจ ROV Thailand Return กันด้วยนะครับ จะได้เข้าใจกันมากขึ้น และเห็นภาพได้ชัดเจนว่า ที่เขียนมานั้น เวลาเอาไปเล่นจริงๆ มันต้องนำไปใช้อย่างไร แล้วเมื่อคุณเข้าใจ ฝีมือในการเล่นของคุณก็จะดีขึ้นแน่นอนครับ