หลักคิด ROV เรื่อง Skill Play และ ตำแหน่งที่เล่น ถ้าเข้าใจประเด็นนี้จะเล่นได้เก่งขึ้นเป็นเท่าตัวทันที

ทำไมคนที่เริ่มเล่นเกม ROV พร้อมๆ กัน เล่นด้วยกันทุกวัน แต่ฝีมือการเล่นกลับไม่เท่ากัน ยิ่งนานวัน ความแตกต่างก็ยิ่งเกิดขึ้น บางคนเล่นแย่กว่าเดิม บางคนย่ำอยู่กับที่ แต่บางคนฝีมือพัฒนารุดหน้าไปได้เร็วมาก ทั้งที่เล่นจำนวนเกมพอๆ กัน หรืออาจจะเล่นน้อยกว่าด้วยซ้ำ นั่นเพราอะไร? คำตอบที่ชัดเจนก็คือ หลักคิด หรือ ทัศนคติ ในการเล่นเกม ROV ของแต่ละคนมันแตกต่างกันนั่นเองครับ คนที่ “คิดผิด” ก็จะทำให้แนวทางการเล่นผิดพลาด และไม่สามารถพัฒนาฝีมือของตัวเองให้เก่งขึ้นได้ แต่คนที่ “คิดถูก” ก็จะพัฒนาฝีมือการเล่นของตัวเองไปได้อย่างรวดเร็ว จำนวนครั้งในการเล่นไม่ได้เป็นตัวชี้วัดว่าจะพัฒนาฝีมือการเล่นเกม ROV ได้อย่างแท้จริง หนึ่งในเรื่องที่ผู้เล่นส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจก็คือ หลักคิด ROV เรื่อง Skill Play และ ตำแหน่งที่เล่น ที่หลายคนยังเข้าใจผิดๆ กันอยู่ จนทำให้แนวทางการเล่นหรือวิธีพัฒนาฝีมือของตัวเอง มันผิดพลาดไปทั้งหมด ทำให้ฝีมือแย่ลง หรือ ย่ำอยู่กับที่ไม่พัฒนาให้ดีขึ้นเลย

หลักคิด ROV เรื่อง Skill Play และ ตำแหน่งที่เล่น ถ้าเข้าใจเรื่องนี้ จะเล่นเก่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

คำว่า หลักคิด ก็คือ แนวทางหรือไกด์ที่จะทำให้เราเดินทางไปถึงจุดมุ่งหมายที่ตั้งใจไว้ได้อย่างถูกต้อง และใช้เวลาที่สั้นสุด นั่นคือ ถ้าเรามี หลักคิด ที่ถูกต้อง เราจะประสบความสำเร็จในเรื่องนั้นๆ ได้อย่างรวดเร็ว เกม ROV ก็เช่นกัน ถ้าเราเข้าใจ หลักคิด ซึ่งเป็นภาพรวมในการเล่นของเกม ROV ก็จะทำให้คุณพัฒนาฝีมือในการเล่นเกม ROV ได้อย่างถูกต้อง และรวดเร็วกว่าคนอื่นๆ แน่นอนครับ

Skill Play คืออะไร?

Skill Play หรือให้แปลเป็นภาษาไทย ก็คือ ทักษะการเล่น หมายถึง ความคุ้นเคย หรือ ความชำนาญในการเล่นอีโร่ตัวนั้นๆ คือ ต้องเล่นฮีโร่ตัวนั้นๆ จนคุ้นเคย เข้าใจถึงจังหวะการกดใช้สกิลต่างๆ ระยะ และดาเมจของสกิลทุกๆ สกิลของฮีโร่ตัวนั้นเป็นอย่างดี เรียกได้ว่า เล่นฮีโร่ตัวนั้นๆ ได้จนชำนาญ คล่องมากๆ นั่นแหละครับ ที่เราเรียกว่า Skill Play หรือ ทักษะการเล่น

ถ้าจะให้ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็เช่น การรำของ Florentino แต่ละคนจะมี Skill Play ไม่เท่ากัน คนที่รำดาบได้คล่องๆ นิ้วเร็วๆ ก็จะรำดาบได้อย่างต่อเนื่อง จังหวะปาดอกไม้แม่นยำ รู้ทริคการปาดอกไม้ให้แม่น นิ้วบังคับปุ่มควบคุมทิศทางสัมพันธ์กับอีกนิ้วที่กดใช้สกิลอย่างคล่องแคล่ว คนที่รำได้คล่องมากๆ พลิ้วๆ รำได้ทุกรูปแบบ ทุกมุม นั่นแหละคือ มี Skill Play ในการเล่น Florentino ที่สูง ส่วนคนที่หยิบ Florentino มาแล้ว รำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง นั่นเรียกว่า Skill Play ต่ำ นั่นเองครับ โอเคนะ

การจะได้ Skill Play ของฮีโร่ตัวใดๆ มานั้น ไม่ใช่แค่เล่นบ่อย หรือ ฝึกฝนการกดใช้สกิลบ่อยๆ อย่างเดียวเท่านั้น ยังต้องผ่านการศึกษา ทำความเข้าใจสกิลต่างๆ ของฮีโร่ตัวนั้นๆ ที่เล่นมาอย่างถ่องแท้ ต้องรู้ทริคการเล่น และเทคนิคการใช้สกิลของฮีโร่ตัวนั้นๆ เป็นอย่างดี พูดง่ายๆ คือ แม่นทั้งทฤษฎีและภาคปฏิบัติในการเล่นฮีโร่ตัวนั้นๆ เลยครับ ถึงจะพูดได้ว่า มี Skill Play ในการเล่นฮีโร่ตัวนั้นๆ จริงๆ

ตำแหน่งที่เล่น หรือ Position คืออะไร?

คำว่า ตำแหน่งที่เล่น ก็คือ หน้าที่หรือบทบาทของผู้เล่นในแต่ละส่วนของทีม ได้แก่ โรมมิ่ง/ซัพพอร์ต (Support), แครี่ (ADL), ออฟเลน (DSL), เมจ (Midlane) และ ฟาร์มป่า (Jungle) ซึ่งแต่ละตำแหน่งจะมีหน้าที่ที่แตกต่างกันไป มันไม่ใช่ว่า จะหยิบฮีโร่ตัวไหนมาเล่นก็ได้ หรือ เล่นยังไงก็ได้ เรื่อยเปื่อยไปเรื่อยๆ ไม่ต้องสนใจอะไร แค่เดินๆ ตีๆ ยิงๆ ไปแค่นั้น แต่เวลาจะเล่น ต้องเข้าใจหน้าที่เวลาที่เล่นในตำแหน่งนั้นๆ ด้วย

ยกตัวอย่างเช่น การเล่นโรมมิ่ง/ซัพพอร์ต ผู้เล่นก็ต้องคุมเกมให้ได้ โซนพื้นที่ให้เพื่อนให้ได้ ไม่ใช่ไปแย่งครีปเลนเพื่อน หรือ แยกไปรับเวฟครีปในเลนอื่น เดินคนเดียว อันนี้แสดงว่า มั่ว ไม่รู้จักหน้าที่ของ โรมมิ่ง/ซัพพอร์ต หรือ ถ้าเล่นแครี่ แล้วแยกดันในเลนไกลๆ ตัวคนเดียว ไม่เดินตามโรมมิ่ง/ซัพพอร์ต เดินล้ำหน้า ไม่สนใจอะไร เอาตัวเองเป็นใหญ่ อันนี้ก็แสดงว่า มั่ว ไม่รู้จักหน้าที่ของแครี่อีก หรือเล่นเมจ แล้วเอาแต่กอดป้อมในเลนกลางตั้งแต่เริ่มเกม โยกเลนไม่เป็น โยกเลนไปช่วยเพื่อนช้า หรือ เติมไฟต์ช้า หรือไม่โยกเลนเลย อันนี้ก็คือ มั่ว ไม่รู้หน้าที่ของเมจในเลนกลางอีกเช่นกัน หรือ ถ้าเล่นตำแหน่งโรมมิ่ง/ซัพพอร์ต แล้วเอาแต่ไปยืนเฝ้าแครี่ ไม่ดูแมพ ปล่อยให้ตัวฟาร์มป่าโดนเวดป่ายับๆ แล้วก็มารุมด่าป่าว่า “ไก่” หรือ “อ่อน” อันนี้ก็แสดงว่า ไม่รู้และไม่เข้าใจหน้าที่ของตำแหน่งฟาร์มป่าว่า เค้ามีหน้าที่ฟาร์ม แต่ถ้าฟาร์มไม่ได้ เพราะโดนเวด นั่นเป็นความผิดของ โรมมิ่ง/ซัพพอร์ต และเมจ ไม่ใช่ไปด่าว่าคนที่เล่นป่าว่าเค้าเล่นไม่ดี คนที่ต้องคุมโซน และช่วยให้ป่าได้ฟาร์มอย่างเต็มที่ ก็คือ โรมมิ่ง/ซัพพอร์ต และเมจนั่นแหละ ถ้าคุมไม่ได้ โดนเวดป่า ก็คือ ความผิดของ โรมมิ่ง/ซัพพอร์ต และเมจ เต็มๆ จะไปโทษป่าไม่ได้

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  พลิกเกม ROV ฆ่าน้อยกว่า เป็นรอง แต่ชนะได้ เพราะอะไร และต้องเล่นยังไง

แต่ละตำแหน่งของเกม ROV มันมีหน้าที่ หรือ ภารกิจที่ตายตัวอยู่แล้ว ถ้าคนที่เล่นไม่เข้าใจ และคิดว่า ตำแหน่งต่างๆ มันเล่นได้ง่ายๆ หรือคิดว่า ตัวเองเล่นได้ทุกตำแหน่ง โดยที่ยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า แต่ละตำแหน่งทำหน้าที่อะไรบ้าง นั่นคือ หายนะของทีมแน่นอนครับ เพราะการจะเล่นแต่ละตำแหน่งให้เก่ง ต้องมีความเข้าใจเรื่องบทบาท และหน้าที่ในการเล่นของตำแหน่งนั้นๆ เป็นอย่างดีจริงๆ เช่น

การเล่นตำแหน่งออฟเลน ถ้าคนที่เล่น ยังคิดแค่ว่า เล่นออฟเลนเพราะมันเป็นตำแหน่งที่ยืนเลนคนเดียว โดนด่าน้อยที่สุดแล้ว แค่เก่ง 1-1 ก็เล่นออฟเลนได้แล้ว นั่นคือ “เข้าใจผิด 100%” ทันที เพราะหน้าที่ของ ออฟเลน จริงๆ แล้ว ไม่ใช่การ 1-1 ให้เก่ง แต่มันมีหน้าที่หลายอย่างมากๆ และเป็นตัวที่มีความสำคัญพอๆ กับตัวฟาร์มป่าเลยทีเดียว เพราะจะเป็นตำแหน่งที่มีเงินเป็นอันดับ 2 หรือ 3 ของทีม และเป็นตัวแบกทีมในช่วงกลางเกม ถึงเลทเกมเลยทีเดียว รวมทั้งยังเป็นตัวแยกดัน หรือ เติมไฟต์ ให้กับทีมได้เป็นอย่างดี ดังนั้น ถ้าเล่นออฟเลนแล้วคิดแบบที่กล่าวมา ก็คือ สอบตก และยังห่างไกลคำว่า เล่นออฟเลน “เป็นงาน” เป็นอย่างมากนะครับ

ใช่ครับ แต่ละตำแหน่ง มันมีหน้าที่ และบทบาทในการเล่นร่วมกับทีม ที่มีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะแยะมากมาย ถ้าไม่ศึกษาให้เข้าใจ และฝึกเล่นให้เกิดความชำนาญในตำแหน่งนั้นๆ จะเล่นไม่เก่งแน่นอนครับ คนที่เข้าใจตำแหน่งที่ตัวเองเล่นมากกว่า จะทำประโยชน์ให้ทีมได้มากกว่า และสร้างแรงกดดันให้กับฝั่งตรงข้ามได้มากกว่าเยอะ

เอาล่ะ ทีนี้เมื่อเราเข้าใจความหมายของทั้งสองคำนี้แล้ว ถามว่า เวลาที่เราเล่นจริงๆ เราควรจะเข้าใจอะไรบ้าง?

อันดับแรก คุณต้องเข้าใจหน้าที่ในตำแหน่งที่คุณจะเล่นซะก่อน เลือกมาแค่ตำแหน่งเดียวเลยครับ และฝึกทำหน้าที่ในตำแหน่งนั้นๆ ให้เข้าใจซะก่อน ควบคู่กับการพัฒนา Skill Play ของฮีโร่ตัวนั้นๆ ไปด้วย ยกตัวอย่างเช่น

มือใหม่ในเกม ROV ที่ประสบการณ์ยังไม่มาก แนะนำให้เล่นในตำแหน่ง ออฟเลน โดยอาจจะเริ่มจากตัวออฟเลนที่เล่นง่าย และเก่งมากที่สุดตัวหนึ่ง ก็คือ Omen ไฟต์เตอร์ที่มีรูปแบบการใช้สกิลไม่ยาก เงื่อนไขไม่เยอะ และใช้ Skill Play ในการเล่นไม่สูง แต่ต้องมีความเข้าใจในหน้าที่การเล่น ออฟเลน เป็นอย่างมาก การจะอธิบายทั้งหมดมันคงจะยาวไป ใครสนใจอยากเข้าใจการเล่น Omen ออฟเลน อย่างลึกซึ้งก็เข้าไปอ่านกันได้ผมมีบทความที่เขียนแยกไว้อย่างละเอียดแล้ว

Omen เป็นฮีโร่ที่เหมาะกับการเริ่มการเล่นอย่างจริงจังในตำแหน่งออฟเลน ของมือใหม่ในเกม ROV
Omen เป็นฮีโร่ที่เหมาะกับการเริ่มการเล่นอย่างจริงจังในตำแหน่งออฟเลน ของมือใหม่ในเกม ROV

แต่เอาเป็นว่า การฝึกเล่น Omen ออฟเลน เป็นการเริ่มต้นที่ดีในการเล่นเกม ROV ไม่ใช่การเริ่มเล่นในตำแหน่งแครี่ เพราะการเล่นแครี่ มันยากกว่าเยอะครับ ปัจจัยเสี่ยง หรือ เงื่อนไข และสิ่งที่ต้องรู้และเข้าใจ ทริค เทคนิคต่างๆ มันเยอะ และถือเป็นขั้นสูง ไม่ควรเอามาฝึกเล่น ถ้าจะฝึกเล่นเป็นมือใหม่ ออฟเลน คือคำตอบที่ดีที่สุดครับ

Omen เป็นตัวอย่างการทำหน้าที่ ออฟเลน ที่ดีที่สุดในเกม ROV ก็คือ แยกดัน และมาแก๊งค์กับเพื่อนเมื่อมีโอกาสที่เหมาะสม มันไม่จำเป็นจะต้อง 1-1 เพื่อชนะในเลน แต่มันจะต้องทำหน้าที่แยกดัน เพื่อให้ฝั่งตรงข้ามต้องพะวง และมาป้องกันป้อมในเลนที่ Omen ยืนอยู่ ซึ่งบอกเลยว่า ในช่วงกลางเกม คนๆ เดียวเอา Omen ไม่อยู่นะครับ ถ้าจะป้องกันป้อมจาก Omen ต้องมากัน 2 คนขึ้นไป นั่นเท่ากับว่า Omen ตัวเดียว จะดึงศัตรูไปอยู่กับตัวเองได้มากถึง 2 ตัวขึ้นไปเลยทีเดียว นั่นทำให้ศัตรูที่ต้องปะทะกับเพื่อนเราในทีมอีก 4 คน เหลือไม่ถึง 4 คนแน่นอน แปลว่า ทีมเราจะได้เปรียบในการเข้าไฟต์ เพราะมีจำนวนคนที่มากกว่านั่นเองครับ

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  แนวทางการเล่น Gildur ROV ถึงลุงจะแก่ ตัวก็ฟรี แต่ไม่ได้กระจอกนะ ลงแร็งค์ก็ได้เหมือนกัน

สำหรับ ทักษะการเล่น Omen หรือ Skill Play ของ Omen อาจไม่จำเป็นต้องสูง แค่กดใช้สกิล 2 ให้ถูกจังหวะ และพุ่งไปล่ามโซ่เป้าหมายให้ได้ ล่ามโซ่ให้ถูกตัว คือ ปักโซ่ล่ามพวกตัวทำดาเมจ เช่น ป่า แครี่ เมจ แค่นี้ก็พอแล้ว ที่เหลือก็แค่ฟันปกติรัวๆ ไป ตัวก็หนา ตายก็ยาก มันจึงเป็นฮีโร่ที่ไม่ต้องใช้ Skill Play เยอะ แต่ต้องเข้าใจตำแหน่งการเล่นเป็นอย่างดี

แต่ถ้าคุณไม่ทำตามนี้ เลือกที่จะเล่นฮีโร่ที่เงื่อนไขเยอะๆ และต้องการ Skill Play สูงๆ เช่น หยิบ Florentino มาเล่น เพราะเห็นเค้าเล่นในกันยูทูปว่า มันเก่ง มันโกงอย่างนั้นอย่างนี้ แต่รำไม่เป็น มั่วไปเรื่อย แถมยังไม่ได้ศึกษาหน้าที่ในตำแหน่งออฟเลนมาอย่างถ่องแท้ เข้าใจแค่ว่า แค่ยืนเลน 1-1 ให้ชนะได้ก็พอ แบบนี้ก็เตรียมตัวแพ้ได้เลยครับ เพราะเวลาที่เล่นจริงๆ คุณจะไม่เจอ 1-1 แต่คุณจะโดนรุม โดนล่อซื้อ จากฝั่งตรงข้ามเสมอๆ และคุณจะตายบ่อยมากๆ จนโดนเพื่อนด่า และรุมรายงานตอนจบเกมแน่นอนครับ

เห็นมั้ยครับว่า หลักคิด ROV เรื่อง Skill Play และ ตำแหน่งการเล่น มันสำคัญขนาดไหน อย่าหยิบฮีโร่มาเล่นเพราะคิดว่า เค้าเล่นได้ เราก็เล่นได้ มันไม่ง่ายแบบนั้นครับ แค่รู้ว่า ฮีโร่ตัวนี้ต้องใส่ รูน ไอเท็ม และพลังแฝงแบบไหนถึงจะเก่ง แค่นั้นมันไม่พอหรอกนะครับ เพราะถ้าเวลาที่ลงไปเล่น คุณไม่เข้าใจตำแหน่งที่เล่น คุณก็จะจนไม่รวย การเงินต่ำกว่าคนอื่น แล้วจะไปออกไอเท็มได้ตามที่เซ็ตมาได้อย่างไร ดาเมจจะไปแรงเหมือนที่เห็นคนอื่นเค้าเล่นได้อย่างไร และทั้งหมด ก็เกิดจากการที่คุณทำหน้าที่ในตำแหน่งนั้นๆ ได้ไม่ดีพอนั่นเอง เพราะไม่รู้จริงๆ ว่า การเล่นในตำแหน่งนั้นๆ มันต้องเข้าใจเรื่องอะไรบ้าง คิดแค่ว่า ยืนเลน เคลียร์ครีป กอดป้อมไปเรื่อยๆ มันก็พอแล้ว แค่นั้นเอง ผมบอกเลยว่า ถ้าคิดแบบนี้ ก็เตรียมแพ้ และเสียดาวได้เลยครับ เพราะการเล่นเกม ROV ในปัจจุบันนี้ แผนการเดินเกมมันเปลี่ยนไปแล้ว ยิ่งยืนกอดป้อม ก็ยิ่งแพ้เร็วมากขึ้นครับ

สิ่งที่ผมจะแนะนำก็คือ

1. เลือกก่อนเลยว่า คุณจะเป็น Main ในตำแหน่งไหน จะเล่นตำแหน่งไหน เลือกมาให้ดีก่อนเลย ซึ่งลำดับความยากง่ายในการเล่นแต่ละตำแหน่ง ผมก็เคยเขียนแนะนำไปแล้ว ได้แก่ ออฟเลน, เมจ, ฟาร์มป่า, แครี่ และ โรมมิ่ง/ซัพพอร์ต ประมาณนี้ ก็อยู่ที่ระดับความเข้าใจ ถ้าคิดว่า เล่นออฟเลนเก่งแล้ว เข้าใจหมดทุกอย่างเกี่ยวกับการทำหน้าที่ในตำแหน่งนี้แล้ว ก็ไปศึกษาการเล่นในตำแหน่งเมจ และไปข้อต่อไปได้เลย

2. เลือกฝึกทักษะการเล่นฮีโร่ 2-3 ตัวในตำแหน่งนั้นๆ ให้คล่อง และชำนาญสุดๆ ใช่ครับ แต่ละตำแหน่งต้องใช้ฮีโร่มากกว่า 1 ตัวในการเล่น (เผื่อโดนแบน หรือ โดนฝั่งตรงข้ามเลือกไปเล่นก่อน) โดยฝึกเล่นฮีโร่ที่มีเงื่อนไขไม่เยอะ และเก่งในภาพรวม ไม่แพ้เลนง่ายๆ เช่น ถ้าเราจะฝึกเล่นฮีโร่ในตำแหน่งออฟเลน แนะนำให้เล่นตัวที่เก่ง แพ้เลนยากๆ ได้แก่ Omen, Roxie, Mortos แค่นี้ก็เพียงพอแล้วครับ เล่นตัวที่มันไม่ต้องใช้ทักษะการเล่นที่สูงอะไรมากมาย เพื่อให้เราไปโฟกัสที่หน้าที่ในตำแหน่งนั้นๆ ได้มากขึ้น

เมื่อทำตามแบบนี้มาทั้งหมดแล้ว เกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในตำแหน่งที่ตัวเองเล่น ก็อาจจะปรับเพิ่มความยากในการเล่น ด้วยการหยิบฮีโร่ตัวอื่นๆ มาฝึกเล่นในตำแหน่งดังกล่าวเพิ่มเติมได้ เช่น เลือกฮีโร่ที่มีเงื่อนไขในการเล่นมากๆ หน่อย มาเพิ่มเติม ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้น และท้าทายในตำแหน่งที่ตัวเองเล่นมากขึ้น เช่น ตำแหน่งออฟเลน ถ้าเราเล่นจนเข้าใจหน้าที่ของออฟเลนเป็นอย่างดีแล้ว เราก็อาจจะเลือกใช้ฮีโร่ที่มีเงื่อนไขเพิ่มเติมสักหน่อย เพื่อทำให้เกมมันตื่นเต้น และเร้าใจมากขึ้น เช่น Qi, Ryoma, Riktor, Lu Bu และพอเราเล่นจนคล่อง จนเก่งมากๆ แล้ว รู้สึกว่า ไม่ตื่นเต้นอะไรแล้ว ก็ค่อยปรับไปฝึกเล่นฮีโร่ที่ใช้ Skill Play ที่สูงมากที่สุดได้เลย เช่น Florentino เป็นต้น

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  วิเคราะห์ผลการเล่น เกม ROV ตัวอย่างการออกของมั่ว เล่นยังไงก็ไม่มีวันเก่ง
ถ้าเราเข้าใจหน้าที่ของ ซัพพอร์ต เราก็สามารถหยิบ Volkath มาโรมได้
ถ้าเราเข้าใจหน้าที่ของ ซัพพอร์ต เราก็สามารถหยิบ Volkath มาโรมให้กับทีมได้ (แต่ต้องมีทักษะการเล่น Volkath ที่ดีในระดับหนึ่งด้วยนะ

การฝึกเล่นตามระดับความยากของฮีโร่แบบนี้ จะทำให้เราเล่นได้สนุกมากขึ้น เพราะเราเข้าใจแล้วว่า หน้าที่ในตำแหน่งนั้นๆ มีอะไรบ้าง การที่เราจะหยิบฮีโร่ตัวไหนก็ตามมาเล่น มันก็จะไม่ยาก และไม่ลำบากอย่างที่คิด เพราะเราเอาหน้าที่มาเป็นกรอบในการเล่น และปรับสกิลต่างๆ ของฮีโร่ที่เราเล่น มาทำประโยชน์ในหน้าที่นั้นๆ ที่เราเล่นได้เป็นอย่างดี

ก็อย่างที่หลายคนคงจะเคยได้ยิน ว่า ถ้าเราเข้าใจหน้าที่ในตำแหน่งนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี จะหยิบฮีโร่ตัวไหนมาเล่นก็ได้ เช่น ถ้าเราเล่น โรมมิ่ง/ซัพพอร์ต เก่งมากๆ เราจะหยิบ Aleister มาโรม ก็ยังได้ หรือจะหยิบ Valhein มาโรม ก็ได้เช่นกัน ทำได้หมด และส่งผลดีต่อทีมซะด้วย ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับการจัด Composition หรือการดราฟตัวของทุกคนในทีมด้วยนะครับ แต่ที่แน่ๆ ถ้าเราเข้าใจหน้าที่ในตำแหน่งนั้นๆ เป็นอย่างดี จะหยิบฮีโร่ตัวไหนมาเล่น มันก็จะไม่ไก่ และเก่งอยู่ดีครับ จะเก่งมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับ Skill Play ของเราในการเล่นฮีโร่ตัวนั้นๆ ด้วยนั่นแหละครับ

ผู้เล่นส่วนใหญ่ในเซิฟยังคงไม่เข้าใจ หลักคิด ROV เรื่อง Skill Play กับตำแหน่งการเล่น อยู่นะครับ คือ เค้าคิดว่า ถ้าเค้าเล่นฮีโร่ตัวนั้นๆ เก่ง มี Skill Play สูงๆ แล้วล่ะก็ จะไปเล่นตำแหน่งไหนก็ได้หมด ซึ่งนั่น คือ ความคิดที่ผิดมหันต์เลยครับ ใช่ครับ เค้าคิดสวนทางกับหลักการที่ถูกต้อง หลักการที่ถูกต้องคือ ถ้าคุณเข้าใจหน้าที่ในตำแหน่งที่ตัวเองเล่นเป็นอย่างดี จะหยิบฮีโร่ตัวไหนมาเล่นก็จะดีไปหมด แต่คนส่วนใหญ่กลับเลือกที่เชื่อว่า ถ้าเล่นฮีโร่ตัวนั้นๆ เก่ง จะหยิบไปเล่นในตำแหน่งไหนก็เก่งทั้งหมด ซึ่งมันไม่ใช่เลยสักนิด ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเล่น Maloch เก่ง แล้วดันหยิบ Maloch ไปฟาร์มป่า มันจะเกิดปัญหาแน่นอนครับ เพราะฟาร์มได้ช้ามากๆ และมีโอกาสโดนเวดป่าสูงมากๆ ตั้งแต่ต้นเกม กลายเป็นภาระของเพื่อนในทีมที่ยืนเลน ที่ต้องพยายามยื้อเอาไว้ให้ได้เพื่อรอให้ Maloch ฟาร์มเสร็จ และถ้า Maloch ใช้อัลติแล้วพลาด หรือใช้อัลติเพื่อหนี ก็คือ จบ หมดสกิลที่น่ากลัวอีกแล้ว และทีมฝั่งตรงข้ามก็จะพากันไล่ถล่มยับๆ ได้สบายๆ

หรือถ้าคุณหยิบ Maloch ไปเล่นในตำแหน่งโรมมิ่ง/ซัพพอร์ต แต่เล่นแบบไม่โซน ไม่เปิดป่าให้กับเพื่อน แถมยังแย่งครีปเพื่อน แล้วก็แยกดันตัวคนเดียว เดินไปเรื่อยเปื่อย ไม่ปกป้องเพื่อน ดักซุ่มโจมตีเหมือนเป็นแอสซาซิน ถ้าทำแบบที่กล่าวมา นั่นแสดงว่า คุณไม่เข้าใจหน้าที่ของ โรมมิ่ง/ซัพพอร์ต อย่างแท้จริง แต่รู้แค่วิธีกดใช้สกิลของ Maloch เท่านั้น ซึ่งนั่น จะส่งผลกระทบกับทีมในทุกๆ ด้าน คือ เข้าไฟต์ก็แพ้ ไม่มีคนยืนค้ำ ขาดความน่ากลัว คุมแมพไม่ได้ เสียเปรียบเรื่องการเงิน และเตรียมแพ้อย่างรวดเร็วได้เลย

ใช่ครับ เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้คุณก็คงจะมองเห็นแล้วว่า หน้าที่ในแต่ละตำแหน่งของเกม ROV คือ เรื่องใหญ่ และสำคัญที่สุด คุณจำเป็นต้องทุ่มเทเวลา ศึกษาหน้าที่ในการเล่นตำแหน่งนั้นๆ ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ซะก่อน แล้วจึงค่อยเลือกฝึก Skill Play ของฮีโร่แต่ละตัวที่จะหยิบมาเล่นในตำแหน่งนั้นๆ ไม่ใช่ว่า เล่นได้ทุกตำแหน่ง เล่นฮีโร่ได้ทุกตัว พูดมั่ว คุยโวไปเรื่อยเปื่อย เพราะเมื่อคุณคุยโวแบบนั้น แต่เวลาลงไปเล่นจริงๆ แล้ว ฝีมือมันจะเป็นตัวยืนยันเองว่า คุณมันขี้โม้ ขี้คุย พูดก่อนเล่นอย่างเทพ แต่เวลาลงไปเล่น ฝีมืออย่างไก่ แล้วต่อไปก็จะไม่มีใครเล่นด้วย หรือ ถ้ากดไปคนเดียว ก็มีโอกาสโดนรุมรายงานจากทั้งทีมสูงแน่นอน และมีโอกาสโดนหักคะแนนจริงๆ เพราะคุณจะมีคะแนนเป็นอันดับสุดท้ายของทีมแน่นอน

อย่าใจร้อน “อย่าคิดว่าตัวเองมีพรสวรรค์ ไม่ต้องศึกษาก็เล่นเก่งได้” มันไม่มีหรอกครับ ในเกม ROV ความรู้ ข้อมูล คือ กุญแจแห่งความเป็นเทพ อยากเล่นเก่ง อยากโหด อยากเจ๋ง ก็ต้องรู้มากกว่าคนอื่น และการจะรู้มากกว่าคนอื่นได้ ก็ต้องศึกษา และเรียนรู้ให้มากกว่าคนอื่น แค่คุณดูคลิปยูทูปช่องดังๆ ไม่ได้ทำให้คุณเล่นเก่งขึ้นหรอกนะครับ เพราะคุณดูได้คนอื่นๆ เค้าก็ดูได้ และเค้าก็รู้เท่ากับคุณนั่นแหละ แล้วคุณจะไปเก่งกว่าเค้าได้ยังไง จะเก่งกว่าเค้าได้ คุณต้องรู้มากกว่าคนอื่น โดยเฉพาะรายละเอียดปลีกย่อย ทริคเล็กๆ น้อยๆ นี่แหละ ที่จะทำให้คุณกลายเป็นคนที่เล่นเก่งแบบสุดๆ ได้ ความแตกต่างระหว่าง ผู้เล่นทั่วไป กับ โปรเพลเยอร์ ก็คือ ความรู้ ความเข้าใจ เรื่องรายละเอียดปลีกย่อย เล็กๆ น้อยๆ นี่แหละครับ

แค่ใช้เวลานั่งอ่านทุกอย่างในเว็บไซต์นี้ให้หมด คุณก็จะเก่งจนเทิร์นโปรได้แล้วล่ะครับ อ่านแค่ 5 นาที จะทำให้คุณเก่งกว่าคนที่ดูคลิปเป็นชั่วโมงๆ แน่นอนครับ