การคอลกันในเกม ROV สำคัญแค่ไหนและจำเป็นมากน้อยแค่ไหน เรื่องเล็กๆ ที่ทุกคนมองข้ามไป

หนึ่งในสูตรที่เรียกได้ว่า เป็นสูตรของการเล่นเกม ROV แล้วทำให้มีโอกาสชนะสูงมากที่สุด ก็คือ การติดต่อสื่อสารกัน ภายในเกม หรือที่เรามักจะเรียกว่า การคอลกันในเกม ROV ทีมไหนที่ใช้การคอลกัน สื่อสารกัน จะมีความเฉียบคมในการเล่น ทั้งการเดินเกมที่ไปเป็นรูปขบวน ไปไหนพร้อมกัน และจังหวะการเข้าโจมตีที่เฉียบคม แบบโถมเข้ามาพร้อมกันที่เดียว ศัตรูตายภายในพริบตา สิ่งเหล่านี้ เกิดขึ้นจาก การคอลกันในเกม ROV ทั้งสิ้น และการติดต่อสื่อสารแบบนี้ ก็ถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่นักแข่งทุกคน ต้องใช้ในการแข่งขัน และเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่ชัยชนะได้ แต่ผู้เล่นในเกม ROV ส่วนใหญ่ กลับไม่ใช้กัน

การคอลกันในเกม ROV มีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด

การคอลกันในเกม ROV มีความสำคัญเป็นอย่างมาก แต่ผู้เล่นเกม ROV ส่วนใหญ่ ละเลย เมินเฉย หรือเพิกเฉย ที่จะใช้มัน ด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง เช่น อายเสียงตัวเอง ไม่อยากให้คนอื่นได้ยิน, ไม่สะดวก เพราะพื้นที่รอบข้างเสียงดัง, ไม่รู้จะพูดอะไร เปิดไมค์ไปก็เท่านั้น ไม่รู้จะบอก จะแนะนำอะไร หรือ เล่นแบบไม่เปิดไมค์ ไม่ฟังอะไรเลย มีประโยชน์และมีสมาธิมากกว่า

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ จึงทำให้รูปแบบการเล่นเกม ROV ของผู้เล่นทั่วไปในเซิฟ ต้องพึ่งพาอาศัยการดูแมพอย่างเดียว ซึ่งอาจจะเกิดข้อผิดพลาดได้สูงมากๆ เพราะในบางครั้ง เราก็ไม่สามารถเอาตาไปดูแมพได้ตลอด ยิ่งเวลาเจอกับศัตรูที่ว่องไว เราต้องดูที่หน้าจอเป็นหลัก มากกว่าจะไปดูที่แผนที่เล็กนะครับ ก็เลยอาจจะผิดพลาด ไม่รู้ข้อมูลในบางเรื่องไปได้ ซึ่งไอ้ข้อมูลบางเรื่องที่ว่านี่แหละครับ โคตรจะสำคัญ และมันคือ เคล็ดลับ ที่จะทำให้เราเอาชนะฮีโร่ฝั่งตรงข้ามได้แบบง่ายๆ เลยทีเดียว

อยากรู้มั้ยครับว่า การคอลกันในเกม ROV มันมีประโยชน์อย่างไร? บอกเลยว่า มันมีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิดเยอะครับ มาครับ ผมจะอธิบายให้เข้าใจกัน

1. เป็นการบอกข้อมูลให้ทุกคนในทีมได้ทราบโดยพร้อมกัน ลดความยุ่งยากในการอ่านแผนที่ของแต่ละคนลง เช่น “ออฟเลนหายไปนะ” แบบนี้ คนที่เล่นเมจเลนกลาง ต้องรีบกลับเข้าป้อม และไม่เสี่ยงออกมาเคลียร์ครีป เพราะอาจจะโดนออฟเลนมาแก๊งค์ฆ่า ที่พุ่มในเลนกลางได้ และเมื่อผู้เล่นออฟเลนทีมเรา เห็นออฟเลนฝั่งตรงข้าม ก็จะบอกอีกว่า “ออฟเลนอยู่นี่ อยู่เลนล่าง” แบบนี้ เมจก็จะสบายใจ และออกมาเคลียร์ครีปได้

ซึ่งเวลาเล่นกันจริงๆ ข้อมูลมันจะไม่ได้มีแค่นี้ แต่มันจะมีครบทุกตัวครับ เรียกได้ว่า เราจะรู้ข้อมูล และตำแหน่งของศัตรูทั้ง 5 ตัว ในแผนที่เลย ว่าอยู่ตรงไหน ทำอะไรอยู่บ้าง ทำให้เพื่อนเรา ที่เป็นตัวฟาร์มป่า สามารถรู้สถานการณ์ได้ และกำหนดแผนการเล่น ว่าจะเดินไปตรงไหนได้ โดยไม่ต้องเอานิ้วมาแปะขยายดูในแผนที่ว่า ตอนนี้ศัตรูแต่ละตัว ทำอะไรอยู่ตรงไหน เหมือนกับการ Solo Rank ตัวคนเดียว ข้อมูลเหล่านี้ สำคัญมากๆ ต่อการตัดสินใจของฝ่ายเรา ว่าจะเดินเกมแบบไหน จะไปทำเลนไหนก่อน และเลนไหนที่เราควรจะไปช่วย เพราะอาจจะลำบากจากการโดนแก๊งค์ได้นั่นเอง

2. กำหนดจังหวะการเข้าไฟต์ หรือดักฆ่าได้อย่างเฉียบคม เป็นการสื่อสารเพื่อนัดแนะ และบอกกันว่า จะเอาตอนไหน ตัวไหน และจะเข้าตอนไหน ทำให้สามารถรวมกันทำดาเมจใส่เป้าหมายเดียวกันในเวลาเดียวกันได้ ทำให้เป้าหมาย ตายคาที่ โดยที่ไม่สามารถตอบโต้ได้เลย ซึ่งมีผลมากๆ ตอนเข้าไฟต์ เช่น แครี่แหลมมาแล้ว เอาเลย ตัวฟาร์มป่าเรา กับ ออฟเลน ก็เข้าไปล้วงแครี่ฝั่งตรงข้าม ที่ยืนตำแหน่งไม่ดีทันที การันตีดาเมจได้ว่า ฆ่าแครี่ได้แน่นอนครับ

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  สูตรไอเท็มโรมมิ่ง 3 ชิ้นแรก ที่จะทำให้โรมของคุณเก่งขึ้น และอึดขึ้น โดยใช้เงินไม่มาก
การคอลกันในเกม ROV จะทำให้การเล่นสนุกมากขึ้นเยอะมากๆ
การคอลกันในเกม ROV จะทำให้การเล่นสนุกมากขึ้นเยอะมากๆ เช่น การนัดกันมาดักรอที่บัพฟ้าของศัตรู เพื่อรอเล่นงาน Enzo โจมตีใส่พร้อมกันทีเดียว Enzo ตายคาที่ไปเลย

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับแท็งค์โรมมิ่ง ซึ่งในช่วงต้นเกม ตัวไม่ได้หนาอะไรเลย ถ้าโดนดาเมจจากคอมโบสกิลของฮีโร่ฝ่ายเรา 2 – 3 ตัวเข้าไป พร้อมกันในเวลาเดียวกัน แท็งค์ตัวไหนก็ตาม จะตายทันทีครับ เพราะโดน Burst Damage จากฮีโร่หลายๆ ตัวพร้อมกันนั่นเอง เพราะช่วงต้นเกม แท็งค์ยังไม่มีไอเท็ม ตัวมันก็จะไม่ได้หนาอะไรมากมายครับ ยังสามารถรวมกันฆ่าได้อยู่ครับ

3. บอกข้อมูลสำคัญๆ อื่นๆ ที่เพื่อนจำเป็นต้องรู้ ซึ่งตรงนี้มีเยอะมากๆ ไม่ใช่แค่เรื่องของตำแหน่งของศัตรูที่อยู่ในแผนที่ว่าอยู่ตรงไหน แต่ยังต้องครอบคลุมเรื่องอื่นๆ ที่เป็นกุญแจสำหรับการฆ่า หรือการชิงความได้เปรียบของฝ่ายเรา นั่นก็เพราะว่า ระบบพลังแฝง และการปรับระบบต่างๆ ในเกม มันเพิ่มเข้ามา ทำให้การเล่น มันยากขึ้น ถ้าผู้เล่น ไม่รู้ข้อมูล ทำให้เราไม่รู้จังหวะว่า ควรจะฆ่าตอนไหน หรือเข้าไปแล้ว จะฆ่าได้มั้ย เช่น

Tel’Annas ใช้ Flicker ไปแล้ว ถ้าเพื่อนในทีมรู้แบบนี้ โดยเฉพาะตัวฟาร์มป่า ก็จะรู้ว่า สามารถเข้าไปไดร์ฟป้อม แล้วฆ่า Tel’Annas ได้เลย เพราะมันต้องรออีก 120 วินาที กว่าจะสามารถใช้ Flicker เพื่อหนีได้อีกครั้ง

Rourke เปิดอัลติไปแล้ว ถ้าเพื่อนรู้ตรงนี้ ก็จะรอให้โล่ของ Rourke หมดลง และจะโถมเข้าโจมตีครับ เพราะ Rourke มันเก่งแค่ตอนเปิดโล่เท่านั้นแหละครับ พอโล่จากอัลติหมดลง ก็รุมยำมันได้สบายๆ ครับ โจมตีด้วยสกิลประเภท CC แค่นี้ Rourke มันก็ไม่รอดแล้ว

Enzo เหวี่ยงโซ่ไปแล้ว ไม่โดน ตรงนี้ถ้าเพื่อนรู้ จะสามารถเข้าไปโถมเพื่อเล่นงาน Enzo ได้ทันที เพราะ Enzo ที่เหวี่ยงโซ่ไม่โดน ก็ไม่มีอะไรน่ากลัวครับ ซึ่งจะมีเวลาอยู่ประมาณ 5 – 8 วินาที ในช่วงนั้น หลังจากที่ Enzo เหวี่ยงโซ่ไม่โดน แต่ก็เพียงพอสำหรับการโถมเข้าไปหา และรุมฆ่า Enzo มันแล้วล่ะครับ

โล่ของ Diao Chan หายไปแล้ว ตรงนี้ถ้าเพื่อนได้ยิน เพื่อนก็จะรีบโถมพร้อมกัน และกระหน่ำสกิลทั้งหมดที่มี ใส่ Diao Chan ทันที เพราะปัญหาในการฆ่า Diao Chan ก็คือ โล่จากสกิลติดตัวของมันนั่นเอง ที่ป้องกันได้ทั้ง CC และ ดาเมจของการโจมตีครั้งแรกได้ แต่ถ้าโล่มันหายไป Diao Chan ก็ไม่มีอะไรที่น่ากลัวอีกแล้วล่ะครับ

พลังแฝง Sacred Protection ของ Violet ทำงานไปแล้วนะ ตรงนี้สำคัญที่ต้องบอกกัน เพราะหนึ่งในปัญหาจากระบบพลังแฝง ก็คือ Sacred Protection ที่เป็นเหมือนสกิลป้องกันตายของฮีโร่หลายๆ ตัว โดยเฉพาะเมจ กับแครี่ ซึ่งทำให้มันวิ่งเร็วขึ้น มีโล่ป้องกันตัวอีก แต่ถ้าเราเห็นว่า มันทำงานไปแล้ว มันก็ต้องรอคูลดาวน์อีก 30 วินาที กว่าที่มันจะทำงานได้อีกครั้ง ซึ่งนั่นก็เป็นช่วงเวลาทอง ที่เราจะสามารถเล่นงานแครี่ หรือ เมจตัวนั้นๆ ที่พลังแฝง Sacred Protection ทำงานไปแล้วได้เลย และคราวนี้ จะไม่มีอะไรมาป้องกันมันได้อีกแล้ว

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  ทริคการเล่น Y’bneth ROV เรื่องเล็กๆ แต่โคตรสำคัญ ถ้ารู้และเข้าใจ จะเล่นเก่งขึ้นแน่นอน

เห็นมั้ยครับว่า ข้อมูลพวกนี้ จำเป็นมากๆ ที่ผู้เล่นทุกคนในทีมต้องรู้ จะได้รู้ว่า จังหวะนั้น จะเข้าไปฆ่าศัตรูตัวนั้นๆ ได้มั้ย เอาง่ายๆ เลยเช่น โล่ของ Diao Chan หายไปแล้ว ถ้าตัวฟาร์มป่า หรือเพื่อนได้ยินแบบนี้ ถ้ามีมุม หรือ จังหวะให้เข้าไปได้ ให้รีบเข้าไปฆ่า หรือเอาสกิลประเภท CC โถมใส่ Diao Chan ได้เลย เพราะมันไม่มีโล่ที่เป็นสกิลติดตัวของ Diao Chan มาช่วยป้องกันอีกแล้ว ตรงนี้เป็นข้อมูลที่สำคัญมากๆ ครับ ที่เพื่อนต้องรับรู้ เพราะมันมีผลต่อการตัดสินใจ ในจังหวะที่จะเข้าไปฆ่าฮีโร่แต่ละตัวได้เลยนะครับ

4. ใช้การคอลกันในเกมเพื่อบอกกัน เตือนกันในจังหวะที่อันตราย เช่น เพื่อนเรา อาจจะเห็นว่า น่าจะเข้าไฟต์ได้ น่าจะบวกได้ แต่ตัวฟาร์มป่า ยังฟาร์มไม่เสร็จ แบบนี้ คนที่เล่นฟาร์มป่า ต้องบอกเพื่อนก่อนว่า อย่าเพิ่งบวกนะ แค่รักษาสภาพ หรือ ยันเอาไว้ก่อน อย่าเพิ่งบาดเจ็บด้วย รอตัวฟาร์มป่า ที่เป็นตัวดาเมจ กับเมจก่อนแล้วค่อยบวก แบบนี้ก็จะทำให้ทีม ลดความผิดพลาดของความใจร้อน รีบบวกแล้วตาย ลงไปได้ และเอาความชัวร์ รอให้เพื่อนมา แล้วโจมตีพร้อมกันทีเดียว แล้วฆ่าได้เลย ก็จะดีที่สุดครับ ทำให้เกมมีความชัวร์มากขึ้น และมีโอกาสผิดพลาด ที่จะโดนพลิกเกมได้น้อยลงไป

การคอลกันในเกม จะทำให้เราคิดแผน วางแผนได้ง่ายมากๆ
การคอลกันในเกม จะทำให้เราคิดแผน วางแผนได้ง่ายมากๆ เช่น ให้เพื่อนอีก 4 คน มาแอบในพุ่มไม้ ส่วนอีกคน ยืนอ่อย ล่อให้ศัตรูเข้ามาฆ่า เป็นการวางแผนดักซุ่มโจมตีแบบโหดๆ

การคอลกันในเกม ROV ปัจจุบัน ใช้แอพไหนถึงจะดีที่สุด

ทีนี้ เมื่อเราเข้าใจแล้วว่า การคอลกันในเกม ROV นั้น มีความสำคัญมากๆ ต่อการเล่น แม้ว่า จะเป็นการเล่นแบบ Solo Rank ตัวคนเดียว คุณก็เปิดไมค์คอลกันได้ครับ ไม่จำเป็นว่า ถ้า Solo ตัวคนเดียว แล้วต้องปิดไมค์เสมอไป ซึ่งเมื่อเราเข้าใจถึงความสำคัญในการคอลกันในเกมแล้ว ทีนี้ เราก็ต้องมาทำความเข้าใจด้วยว่า การคอลกันในเกม ROV นั้น มีกี่แบบ และแต่ละแบบ แตกต่างกัน หรือมีข้อดี และข้อเสียอย่างไร

การคอลกันในเกม ROV ปัจจุบัน สามารถกระทำได้หลักๆ 2 แบบด้วยกัน ได้แก่

1. คอลกันผ่านระบบของเกม หรือที่เรียกว่า คอลกันในเกม นั่นแหละครับ เป็นการใช้การเปิดไมค์ เปิดลำโพง เพื่อคอลกัน ซึ่งก็ไม่มีอะไรแปลก แต่ปัญหาก็คือ มักจะมีการรวนของระบบ คือ สัญญาณเสียงขาดหายบ้าง อู้อี้จนฟังไม่รู้เรื่องบ้าง หรือ เราไม่ได้ยินเสียงใครเลย หรือ เราได้ยินเสียงของทุกคน แต่ทุกคนไม่ได้ยินเสียของเรา ปัญหาพวกนี้เกิดขึ้นบ่อยมากๆ และเมื่อมันเกิดขึ้นในระหว่างที่เล่นเกม จะแก้อะไรไม่ได้ ก็ต้องปล่อยเลยตามเลย กลายเป็นการเล่นแบบที่ติดต่อสื่อสารอะไรไม่ได้ไปเลย

ข้อดีของการคอลกันในเกม ผ่านระบบของเกม ROV เอง ก็คือ ง่าย สะดวก ไม่ต้องติดตั้งแอพอะไรเพิ่ม และการเล่นแบบ Solo ตัวคนเดียว ก็สามารถใช้คอลกันได้ ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นเพื่อนกัน เรียกว่า มันได้เรื่องของความสะดวกในการใช้ กับใครก็ได้ที่อยู่ในเกม ที่ไม่ใช่เพื่อนกัน แค่นั้นเองครับ

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  ไอเท็ม 2 ชิ้นใน ROV Patch ใหม่ ที่จะเปลี่ยนแปลงไป และทำให้สายแครี่ มีเฮแน่นอน
ถ้าไม่ได้คอลกันในเกม จะไม่สามารถฆ่าศัตรูได้ง่ายขนาดนี้แน่นอน
ถ้าไม่ได้คอลกันในเกม จะไม่สามารถฆ่าศัตรูได้ง่ายขนาดนี้แน่นอน และเกมนี้ ใช้การคอลกันผ่านระบบขอเกม ภายในเกม ROV เลย

2. คอลกันผ่านแอพพลิเคชั่น ซึ่งปัจจุบัน มีให้เลือกติดตั้งใช้งานกันมากมาย แต่ที่นิยมกันจริงๆ ก็จะมีการคอลกันผ่านแอพพลิเคชั่นยอดนิยม เช่น Messenger, LINE และ Discord ซึ่งการคอลกันผ่านแอพพลิเคชั่นแบบนี้ จะต้องเป็นเพื่อนกัน ในแอพพลิเคชั่นเหล่านี้ซะก่อน ถึงจะติดต่อสื่อสารกันได้ พูดง่ายๆ คือ ทุกคน ต้องติดตั้งแอพเดียวกัน และเพิ่มรายชื่อเพื่อน หรือ ชวนกันเข้ากลุ่ม เพื่อติดต่อสื่อสารกันนั่นเอง ซึ่งตรงนี้ อาจจะดูยุ่งยากสำหรับหลายๆ คน ที่เล่นแบบตัวคนเดียวมาโดยตลอด ก็ได้เช่นกัน

ซึ่งที่ผมใช้อยู่ในปัจจุบัน ที่เล่นกันกับแฟนเพจ ก็จะเป็นการคอลกันผ่านทาง Discord ซึ่งเสียงใสและเสถียรมาก แต่อาจจะมีปัญหาเสียงสะท้อนบ้างเล็กน้อย ตอนที่เล่นเกม อันนี้ก็ต้องปรับแก้กันไปครับ ปัญหานี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นทุกครั้งนะครับ พอเข้าเกม ปัญหาเสียงสะท้อนก็หายไป แต่ช่วงแรกๆ อาจจะมีบ้าง แต่โดยรวม ก็ยังถือว่า ทำงานได้ดีครับ ดีกว่า การคอลกันภายในเกม ด้วยระบบของเกมแน่นอนครับ

เห็นหรือยังครับว่า การคอลกันในเกม ROV มีผลกับการเล่นมากแค่ไหน เรียกว่า ถ้าเราคอลกันในเกม สื่อสารกันตลอด จะทำให้เล่นได้ง่ายมากๆ ลดความเสี่ยงที่จะตายโดยไม่รู้ตัว จากการโดนซุ่มโจมตี เพราะไม่รู้ว่า ศัตรูจะมาตรงไหน ไม่รู้ว่า ศัตรูหายไปจากเลนอื่น และปัญหาอื่นๆ อีกมากมายจะหมดไป ที่สำคัญก็คือ แม้ว่าคุณจะกดไปคนเดียว หรือ Solo Rank ตัวคนเดียว ก็สามารถใช้การคอลกันในเกมได้ เพียงแต่ต้องมีมารยาท และเข้าใจกันและกัน มีอะไรก็บอกกันดีๆ ครับ

ปัญหาหนึ่งที่หลายๆ คน ไม่อยากใช้การคอลเกม เวลาที่ Solo Rank ก็คือ มันมักจะมีพวกที่หัวร้อนง่าย คุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ชอบใช้คำพูดไม่ดี หยาบคาย ต่อว่าคนอื่น ทำให้เพื่อนร่วมทีม ไม่อยากฟังคำด่า คำต่อว่า จนต้องปิดไมค์ ปิดลำโพงไป หรือบางคน อาจจะเปิดไมค์ไว้ แล้วด่าสวนกันไปมา ซึ่งทั้งหมดที่ว่ามา คือ ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย การด่ากันไป มันก็เท่านั้น ในเมื่อทุกคนอยู่ทีมเดียวกัน ถ้าแพ้ก็เสียดาวเหมือนกัน เท่ากันทุกคน แล้วจะด่ากันไปทำไม เปรียบเหมือนกับ การลงเรือลำเดียวกันแล้ว พอเรือรั่ว แทนที่จะช่วยกันวิดน้ำและหาอะไรมาอุดรูรั่ว คนที่เหลือ ก็ช่วยกันพายเข้าฝั่ง แค่นั้นก็รอดตายแล้ว แต่กลับมีคนบางพวก เลือกที่จะด่ากัน โทษกัน และไม่ทำอะไรให้มันดีขึ้น ผลก็คือ น้ำเข้าเรือจนจม แล้วที่เหลือก็ต้องจมน้ำตายกันไปหมดทุกคน ซึ่งตรงนี้ ถ้าจะว่าไปแล้ว มันก็เป็นการสะท้อนถึงจิตใจของคนเหล่านั้นได้เป็นอย่างดีเช่นกัน ถ้าไม่อยากเจอเหตุการณ์อะไรแบบนี้ มารวมกลุ่ม เข้ากลุ่มแฟนเพจกับเราเถอะครับ จะเจอกับเพื่อนร่วมทีมที่ดีและหมดปัญหาเจอพวกแย่ๆ แน่นอนครับ

อย่าลืมเข้าไปพูดคุย คอมเม้นท์ และแสดงความเห็นกันได้ ที่เฟสบุ๊คเพจ ROV Thailand กันได้นะครับ ในเพจ ROV Thailand จะมีบทความดีๆ สาระน่ารู้ และเคล็ดลับการเล่นเกม ROV พร้อมทั้งคลิปแนวทางการเล่น และจังหวะการเล่นของฮีโร่แต่ละตัว เอามาลงให้ศึกษากันด้วย แล้วพบกันที่เพจ ROV Thailand นะครับ