วิธีชาร์จแบตเตอรี่ iPhone และมือถือ แท็บเล็ต ให้เต็มเร็ว และยืดอายุการทำงานของแบต

แบ่งปัน

เคยมั้ยครับ ที่คุณต้องเสียเวลา รอชาร์จแบตมือถือ ให้มันเต็ม ซึ่งใช้เวลานานเหลือเกิน ยิ่งถ้าเอาไปเสียบ กับพอร์ต USB ของโน้ตบุ๊กด้วยแล้ว ยิ่งช้าเข้าไปใหญ่ เคยสงสัยกันบ้างมั้ยครับ ว่าทำไม มันถึงช้า ผมเชื่อว่า หลายๆ ท่าน ไม่รู้ว่า วีธีชาร์จแบต iPhone หรือ มือถือ Android ต่างๆ รวมทั้ง Tablet อย่างถูกวิธี ให้มันชาร์จไฟเข้าได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้ง ไม่ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมไวนั้น ทำยังไง ฟังดูเหมือนมันเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่คิดๆ ดูนะครับ ว่าวันๆ นึง คุณชาร์จแบต iphone ของคุณ วันละกี่ครั้ง ลองคิดเป็นเดือน และคำนวนออกมาเป็นปีสิครับ ว่ามันจะออกมาเป็นจำนวนกี่ครั้ง มากมายใช่มั้ยครับ ถึงมันจะเป็นเรื่องเล็กน้อย ที่คุณชาร์จแบตแต่ละครั้ง อย่างไม่ถูกวิธี แต่พอเอามาบวกกัน เป็นจำนวนหลายร้อย หลายพันครั้ง จากความผิดพลาดเล็กๆ อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ อย่างที่ทุกท่านเคยพบกันว่า แบต iPhone เสื่อมเร็วมากๆ ใช้มาแค่ปีเดียว ก็เก็บไฟไม่อยู่แล้ว

หลายๆ ครั้ง ที่ปัญหาแบตมือถือ เสื่อมเร็วนั้น ไม่ได้มาจาก Hardware ที่ผลิตมาไม่ได้มาตรฐาน แต่มาจาก การใช้งาน ที่ไม่ถูกต้อง ไม่เข้าใจ และไม่ศึกษา จึงทำให้ชาร์จไฟเข้ามือถือ แบบผิดๆ กลายเป็นการบั่นทอน อายุการใช้งาน ของแบตเตอรี่ มือถือ ให้ใช้ได้สั้นลง และที่สำคัญ หากไม่เข้าใจเรื่องการชาร์จไฟเข้าแบต ก็จะทำให้คุณ เสียเวลา ในการนั่งรอว่าเมื่อไหร่ แบตมันจะเต็มสักที แต่ถ้าคุณเข้าใจ เรื่องที่ผมกำลังจะบอก ต่อไป เวลาชาร์แบต iPhone คุณจะใช้เวลา ในการชาร์จเพียงนิดเดียว แบตก็เต็มแล้ว อยากรู้แล้วใช่มั้ยครับ มาดูกันเลย ว่าต้องทำยังไง

วิธีชาร์จแบตเตอรี่ มือถือ iPhone/android อย่างมีประสิทธิภาพ

1. เปิดโหมด Airplane หรือ ปิดเครื่อง ไปเลย แล้วนำมาชาร์ไฟ

วิธีนี้ อาจจะไม่ใหม่ สำหรับคนที่สนใจเรื่องมือถือ เป็นเรื่องที่รู้ๆ กันอยู่แล้ว เพราะการที่ยังเปิดใช้งาน มือถือ หรือ แท็บเล็ต แล้วชาร์จแบตไปด้วยนั้น มันก็ยังคงมีการกินพลังงาน จากการ Stand by เครื่องอยู่ดี ดังนั้น การเปิดโหมด Airplane เพื่อปิดการทำงาน ของเครือข่ายมือถือ และการทำงานในส่วนอื่นๆ จะเป็นการช่วยลด การสูญเสียพลังงาน ในขณะที่กำลังชาร์ไฟได้ หรือถ้าจะให้ดี ปิดเครื่องไปเลยครับ ชาร์จเต็มเร็วอย่างแน่นอน วิธีนี้ ทำได้ไม่ยาก เข้าใจตรงกันนะครับ

เปิด Airplan Mode ชาร์จแบตมือถือ iphone

2. ใช้ที่ชาร์จแบต แบบปลั๊กเสียบไฟ และหลีกเลี่ยงการชาร์จด้วย USB พอร์ต

สาเหตุที่ควรใช้ ที่ชาร์จแบต แบบที่เป็นปลั๊ก เสียเข้ากับปลั๊กไฟบ้าน โดยตรงนั้น เนื่องจาก ที่ชาร์จแบตแบบปลั๊กไฟ จะชาร์จแบตได้เต็มเร็วกว่า การชาร์จผ่าน USB พอร์ต ในคอมพิวเตอร์ ทำไมถึงชาร์จได้เร็วกว่า? นั่นก็เพราะว่า USB 2.0 พอร์ต ที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ จะให้กำลังไฟออกมา เพียงแค่ 0.5 แอมป์ เท่านั้น หรือแม้แต่ USB 3.0 พอร์ต ที่มีสีฟ้าๆ ก็ให้กำลังไฟออกมา เพียงแค่ 0.9 แอมป์ ในขณะที่ มือถือ iPhone ของคุณ ต้องการ กำลังไฟ ที่ไหลเข้ามาในเครื่อง ขณะที่ทำการชาร์จ อย่างน้อยๆ 1 แอมป์ นั่นเลยทำให้ การชาร์จแบต ผ่าน USB พอร์ต ที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ จะกินเวลา ในการชาร์จนานมาก ในขณะที่ ที่ชาร์จแบต แบบที่เป็นปลั๊กเสียบกับไฟบ้านโดยตรง จะให้กำลังไฟออกมา 1 แอมป์ และที่ชาร์จแบตสำหรับTablet จะให้กำลังไฟออกมา มากถึง 2 แอมป์ สรุปง่ายๆ คือ ยิ่งที่ชาร์จ ให้กำลังไฟสูงมากเท่าไหร่ ยิ่งชาร์จเสร็จเร็วมากขึ้นเท่านั้น

วิธีชาร์จแบตเตอรี่ iPhone และมือถือ แท็บเล็ต ให้เต็มเร็ว และยืดอายุการทำงานของแบต

3. ใช้ที่ชาร์จแบต ที่ให้กำลังใฟ ในจำนวนแอมป์สูงๆ

อย่างที่ผมได้บอกไปแล้ว ในข้อที่ 2 ที่ชาร์จแบต สำหรับแท็บเล็ต จะให้กำลังไฟ output สูงถึง 2 แอมป์ ดังนั้น ถ้าคุณเอามือถือ มาเสียบเข้ากับ ที่ชาร์จแบต ของ แท็บเล็ต ย่อมทำให้ชาร์จแบต มือถือ ได้เต็มเร็วขึ้น ไม่ต้องกลัว ว่ายิ่งใช้ที่ชาร์จแบต ที่มีกำลังแอมป์สูงๆ แล้วจะทำให้เกิดการระเบิด ไม่เกี่ยวกันอย่างแน่นอนครับ ดังนั้น ถ้าอยากชาร์จแบต มือถือ ของคุณให้เต็มเร็วขึ้น ก็ควรจะหาที่ชาร์จแบต จะเป็นแบบสำหรับ ชาร์จแท็บเล็ต หรือมือถือ ที่เป็นยี่ห้อนอก ก็สามารถใช้ได้ โดยให้เลือกอันที่ มีกำลังแอปม์สูงๆ สังเกตที่ ตัวเลขหน้า อักษร A ให้สูงๆ 2 – 3 A กำลังดีครับ

ที่ชาร์จแบตมือถือ แอมป์สูง

4. ชาร์จผ่าน USB พอร์ต ในเครื่อง MAC ได้เร็วเหมือนกัน ( เฉพาะ iPhone และ iPad เท่านั้น )

ถ้าคุณอยู่ในสถานการณ์ที่ ไม่มีปลั๊กให้เสียบชาร์จไฟ คุณก็สามารถชาร์จ iPhone หรือ iPad ผ่าน USB พอร์ต ที่อยู่บนเครื่อง MAC ได้เช่นกัน เนื่องจาก USB พอร์ต ที่อยู่บนเครื่อง MAC นั้น จะสามารถตรวจจับได้ว่า สาย USB ที่นำมาเสียบนั้น เป็นของอุปกรณ์ได้ ถ้าพบว่า เป็นอุปกรณ์พวก iPhone หรือ iPad มันจะเพิ่ง กำลังไฟที่ออกมา เป็น 1.1 แอมป์ ให้เองอัตโนมัติ ย้ำว่า ได้เฉพาะกับเครื่อง MAC เท่านั้นนะครับ

Macbook USB ชาร์จ iphone ipad

5. ใช้ Software ช่วยให้การเพิ่มกำลังแอมป์ ให้กับ USB พอร์ต บน PC/Notebook ของคุณ

ถ้าคุณมีเครื่อง PC คอมพิวเตอร์ หรือ โน๊ตบุ๊ก ก็ไม่ต้องน้อยใจไป แม้ว่าพอร์ต USB ในเครื่อง PC ของคุณ จะสามารถให้กำลังไฟ ได้เพียง 0.5 – 0.9 แอมป์ ก็ตาม ก็ยังมีข้อยกเว้น สำหรับผู้ผลิตคอมพิวเตอร์บางยี่ห้อ อย่างเช่น ASUS ที่ได้ทำ software สำหรับ เพิ่มกำลังใจ ให้กับพอร์ต USB ที่ติดมากับ เมนบอร์ด ของ ASUS ได้ ที่เรียกว่า Ai Charger ช่วยเพิ่มกำลังไฟ ให้กับพอร์ต USB ที่ชาร์จมือถือ ทำให้แบตเต็มเร็วขึ้น นอกจากนี้ ก็ยังมี Gigabyte ที่มี software ช่วยเพิ่มกำลังไฟ ให้กับ USB พอร์ต บนเมนบอร์ด ของตัวเองเช่นเดียวกัน เรียกว่า On/Off Charge ดังนั้น ต่อไปก่อนที่จะซื้อคอมพิวเตอร์ หรือโน๊ตบุ๊ก สักเครื่อง คงต้องเลือกยี่ห้อ ที่มีฟีเจอร์ เพิ่มกำลังไฟ ให้ USB พอร์ตมาด้วยแล้วนะครับ

ASUS Ai Charger

6. ใช้ตัวช่วยอย่าง ChargeDr

สำหรับคนที่มีเครื่อง PC คอมพิวเตอร์ หรือ โน๊ตบุ๊กอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่ยี่ห้อ ASUS หรือ Gigabyte ทำให้ไม่มีฟีเจอร์ การเพิ่มกำลังไฟ สำหรับชาร์จมือถือ เพิ่มเข้ามาให้ ก็ไม่ต้องกลุ้มใจ หรือขายคอมพิวเตอร์ทิ้ง เพื่อซื้อเครื่องใหม่ คุณยังมีทางเลือกอีกทาง ก็คือ ใช้ตัวเพิ่มกำลังไฟ ที่เป็น Hardware อย่าง ChargeDr เข้ามาช่วย โดยเมื่อคุณเสียบเจ้า USB ตัวนี้เข้าไป ที่ USB พอร์ตในเครื่องคอมพิวเตอร์ ของคุณ มันจะทำการร้องขอ ไปที่เมนบอร์ด ในคอมพิวเตอร์ ให้ส่งกำลังไฟ มาให้เยอะๆ หน่อย ให้เพียงพอ สำหรับการชาร์จ มือถือ iPhone หรือแม้แต่ iPad เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่น่าสนใจมากๆ เลยทีเดียวครับ แต่ราคาของมัน อาจจะแรงสักหน่อย ประมาณ 600- 700 บาทครับ ตามห้างไอที ทั่วไปมีขายครับ

chargedr usb ที่ชาร์จ แปลงไฟ

7. ใช้สาย USB แบบ 2 หัว เข้ามาช่วย

หรือถ้าใคร ที่ใช้มือถือ จำพวก Samsung หรือ มือถือแอนดรอย ทั่วไป ที่ใช้หัวชาร์จที่เสียบกับ มือถือ แบบ micro USB ก็อาจจะใช้ทางเลือกนี้ เข้ามาแก้ปัญหาได้ โดยการเลือกใช้ สาย micro USB แบบที่มีหัวเสียบ USB แบบ 2 หัว เข้ามาช่วย เวลาใช้งาน ก็เสียบเข้าไปพร้อมกันเลย ที่ USB พอร์ต ทั้ง 2 พอร์ต ซึ่งจะช่วยดูดกำลังไฟ ได้ทั้ง 2 พอร์ต พร้อมๆ กัน ทำให้มีกำลังไฟมากเพียงพอ ที่จะชาร์จมือถือ ได้เต็มเร็ว อย่างแน่นอน

micro USB charger แบบ 2 ports

หวังว่า วิธีที่ผมได้แนะนำไป จะเป็นประโยชน์ สำหรับทุกท่านนะครับ จำง่ายๆ เวลาจะไปซื้อที่ชาร์จ ที่ใช้สำหรับ ในรถ หรือ เสียบกับ USB พอร์ต คอมพิวเตอร์ว่า ให้เลือก อันที่มี แอมป์สูงๆ เอาไว้ ยิ่งสูง ยิ่งดี แต่ก็นั่นแหละ ยิ่งสูง มันก็ยิ่งแพง มือถือ ทั่วไป ต้องการไฟ 1 แอมป์ และ แท็บเล็ต ต้องการไฟ 2 แอมป์ ดังนั้น เลือกที่ชาร์จแบบ 3 – 5 แอมป์ ไปเลยครับ แพงหน่อย แต่คุ้ม เพราะมันจะทำให้ชาร์จแบต ได้เต็มเร็วขึ้น คุ้มค่ากับการลงทุนครับ