Volkath โรมมิ่ง เล่นได้จริงๆ หรือ และควรหยิบมาเล่นตอนไหน สอนเล่น ROV ให้โปร

หนึ่งในฮีโร่ประเภทไฟต์เตอร์ที่เราสามารถหยิบมาโรมให้กับทีมได้อีกตัวนึงก็คือ Volkath นั่นเองครับ มันเป็นฮีโร่ที่มักจะถูกหยิบมาเล่นในตำแหน่งฟาร์มป่ากันซะเป็นส่วนใหญ่ รองลงมาก็คือ ตำแหน่งออฟเลน แต่มาคราวนี้ ผมจะมาแนะนำ Volkath โรมมิ่ง กันครับ เพราะสกิลของมัน ทั้งการคอมโบสกิล และอัลติ มีคุณสมบัติที่สามารถใช้เพื่อเล่นในตำแหน่ง โรมมิ่ง/ซัพพอร์ต ให้กับทีมได้ครับ หลายคนที่ไม่ใช่เมนโรมอาจจะงงๆ ว่า มันจะเอามาโรมได้ยังไง ในเมื่อมันเป็นไฟต์เตอร์ประเภท Burst Damage ที่รุนแรง ไม่ใช่แท็งค์ตัวหนาๆ ที่จะเอามาโรมได้สักหน่อย หรือจะออกของแท็งค์ หรือยังไง? อ่านเรื่องนี้จบ คุณจะเข้าใจทันทีครับ

Volkath ก็สามารถหยิบมาเล่นในตำแหน่งซัพพอร์ต ได้เช่นเดียวกัน
Volkath ก็สามารถหยิบมาเล่นในตำแหน่งซัพพอร์ต ได้เช่นเดียวกัน

Volkath โรมมิ่ง เหมาะกับเกมแบบไหน และเอามาโรมเพื่ออะไร?

ในสมัยก่อนการหยิบฮีโร่ประเภทไฟต์เตอร์, เมจ หรือ แครี่ ที่เดิมทีเป็นตัวทำดาเมจมาเล่นในตำแหน่งซัพพอร์ตของทีมนั้น มันค่อนข้างที่จะยากลำบาก และต้องปรับแต่งไอเท็มเยอะพอสมควร ตั้งแต่ในยุคที่มี Wind Gem และ Water Gem กันแล้ว เพราะมันไม่ได้เอื้อให้เราหยิบเอาฮีโร่ประเภทต่างๆ นอกจาก แท็งค์ และซัพพอร์ต มาเล่นในตำแหน่ง โรมมิ่ง/ซัพพอร์ต แต่หลังจากที่มีการปรับรูปแบบของไอเท็มซัพพอร์ตใหม่ ก็ทำให้มันเอื้อกับการที่เราจะหยิบตัวทำดาเมจมาโรมให้กับทีมได้ โดยที่ไม่เสียจุดเด่นในเรื่องของการที่เป็นตัวทำดาเมจไป และเปลี่ยนรูปแบบการเล่น ทำให้สามารถเดินเกมเร็วได้มากขึ้นกว่าเดิมเยอะ จากเน้นการยืนแท็งค์รับดาเมจ ก็กลายเป็นการโซนด้วยดาเมจ และกดดันฝั่งตรงข้ามตั้งแต่ต้นเกมได้อย่างรวดเร็ว ด้วยดาเมจที่รุนแรงนั่นเอง

มันก็เลยเป็นที่มาที่ในปัจจุบันนี้ เราสามารถหยิบฮีโร่ประเภทต่างๆ มาโรมให้กับทีมได้ ไม่ว่าจะเป็น แครี่, เมจ หรือ ไฟต์เตอร์ โดยที่ไม่ได้เสียจุดเด่นในเรื่องความแรงของดาเมจที่เคยทำได้ไปเลย ยังคงได้รับค่า Status ที่เป็นจุดเด่นของตัวเองได้อยู่เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็น HP, พลังโจมตี หรือ พลังเวท

นั่นจึงเป็นที่มาที่เราสามารถหยิบ Volkath มาเล่นในตำแหน่ง โรมมิ่ง/ซัพพอร์ต ให้กับทีมได้นั่นเองครับ ถามว่า Volkath มันมีคุณสมบัติในการโรมให้กับทีมได้อย่างไร?

จุดประสงค์หลักในการหยิบ Volkath มาโรมให้กับทีม มี 3 ข้อด้วยกัน

1. มีดาเมจที่รุนแรงมากๆ ในช่วงต้นเกม

Volkath เป็นตัวที่ถูกหยิบมาโรมเพื่อแผนการเล่นแบบเดินเกมเร็ว ประมาณว่า ระเบิดภูเขาเผากระท่อมกันตั้งแต่ต้นเกม เน้นการเวดป่าเป็นหลัก ซึ่งสกิลตอนเลเวล 2 ของ Volkath จะรุนแรงมากๆ (แนะนำให้ใช้ Visceral Boost ที่ผมได้เขียนแนะนำไปแล้ว จะดีที่สุด และโหดมากๆ ตั้งแต่เริ่มเกมเลย) ดังนั้น เราก็ต้องเลือกฮีโร่ในตำแหน่ง เมจ และ แครี่ มาให้เหมาะสมกับแผนการเล่นแบบเดินเกมเร็วนี้ด้วย

แม้อัลติจะไม่พร้อม แต่ Volkath โรม แค่คอมโบสกิล 1 กับ 2 ตามด้วย Execute ก็ฆ่าได้แล้ว
แม้อัลติจะไม่พร้อม แต่ Volkath โรม แค่คอมโบสกิล 1 กับ 2 ตามด้วย Execute ก็ฆ่าได้แล้ว ขนาดฝั่งตรงข้ามเป็นแท็งค์ ก็ยังร่วงได้ง่ายๆ

2. คอมโบสกิลของ Volkath มีระยะที่ไกล และสตั้นศัตรูได้แน่นอน

การใช้คอมโบสกิล 2 แล้วตามด้วยสกิล 1 ของ Volkath ( หมายถึง Volkath ใช้สกิล 2 ไปโดนเป้าหมาย และกดสกิล 2 พุ่งเข้าไปหา จากนั้น ฟันด้วยสกิล 1 ที่เป้าหมายเต็มๆ ) จะทำให้เป้าหมายติดสตั้นทันที 1 วินาที ซึ่งมันมีผลดีมากๆ กับการล้วง หรือ เปิดไฟต์ ทำให้เป้าหมายติดสตั้นแบบชัวร์ๆ และที่สำคัญ ดาเมจจากการคอมโบแค่สกิล 1 กับ 2 มันแรงมากนะครับ พวกตัวบางๆ อย่าง เมจ กับแครี่ โดนเข้าไปนี่ เจ็บหนักทันที หรือแม้แต่แท็งค์หรือไฟต์เตอร์ ช่วงต้นเกมที่ยังไม่มีไอเท็มเกราะป้องกัน โดนเข้าไปก็ไส้แตกได้ทันทีเช่นกันนะครับ

การคอมโบสกิล 1 และ 2 ของ Volkath ไกล ล้วงง่าย ดาเมจแรง แถมยังสตั้นได้อีก 1 วินาที
การคอมโบสกิล 1 และ 2 ของ Volkath ไกล ล้วงง่าย ดาเมจแรง แถมยังสตั้นได้อีก 1 วินาที ทำให้ระยะการโจมตีของ Volkath ไกลมากๆ น่ากลัวกว่า Grakk อีก

3. มีอัลติที่สามารถโถมเพื่อล่อซื้อสกิล และพังแนวหลังของฝั่งตรงข้ามได้ง่าย ช่วยให้เดินเกมกดดันฝั่งตรงข้ามได้ดีมากๆ

แม้ว่า Volkath จะไม่ใช่แท็งค์ธรรมชาติ และเราก็จะไม่ออกไอเท็มแท็งค์ให้กับ Volkath แต่เราสามารถใช้อัลติของ Volkath เป็นตัวยื้อไฟต์ ยืนค้ำ และล่อซื้อสกิลต่างๆ ของฮีโร่ฝั่งตรงข้ามได้ทั้งหมดนะครับ ด้วยความที่อัลติของ Volkath นั่นคือ ขี่ม้า 8 วินาที (ลงม้าตอนไหนก็ได้) และเมื่อลงมาแล้ว 3.5 วินาที เป็นอมตะ ( แต่ถ้าขณะที่ขี่ม้าอยู่ฟันปกติโดนฮีโร่ศัตรูจะเพิ่มเวลาเป็นอมตะได้ครั้งละ 0.5 สูงสุด 3 ครั้ง ก็คือ 1.5 วินาที เอาง่ายๆ รวมๆ แล้ว ถ้าทำได้ครบตามเงื่อนไขนี้ จะเป็นอมตะนาน 5 วินาที ) ทำให้มันเป็นตัวล่อซื้อสกิลชั้นดี และสามารถเข้าไปเปิดไฟต์ให้กับทีมได้ คือ กดอัลติ ขี่ม้าเข้าไปทะลวงเปิดไฟต์ ล่อซื้อสกิลต่างๆ ที่จะโถมกระหน่ำเข้ามาได้เลย

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  Maloch โรมมิ่ง อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ไม่อยากเล่นแท็งค์ซัพพอร์ต ทริคการเล่น ROV

ซึ่งเชื่อหรือไม่ว่า แม้ฝั่งตรงข้ามจะรู้ว่า ตอนลงม้า Volkath จะเป็นอมตะ 3.5 – 5 วินาที แต่เค้าก็จะไม่หยุดโจมตีด้วยสกิลต่างๆ หรอกครับ เพราะถ้าไม่โจมตี เอาแต่วิ่งหนี ก็อาจจะหนีไม่พ้น และอาจจะกดโจมตีไปเรื่อยๆ ด้วยความเคยชิน จึงทำให้สกิลต่างๆ ที่แรงๆ ถูกโถมมาใส่ที่ Volkath หมดแล้ว โดยเฉพาะตอนที่ขึ้นขี่ม้า Volkath จะโดนสกิลที่แรงๆ อย่างพวกอัลติของฮีโร่ฝั่งตรงข้ามทั้งหมด กระหน่ำใส่อยู่แล้ว เพราะมันตายได้ตอนที่ขี่ม้าอยู่ ( ตอนที่ Volkath ขี่ม้า ยังคงโดนดาเมจอยู่นะครับ แต่จะเบาลงนิดนึง แต่ตายได้ ไม่ได้เป็นอมตะ จะเป็นอมตะตอนที่ลงม้ามาแล้วเท่านั้น ) ดังนั้น มันจึงเป็นตัวเปิดไฟต์ และล่อซื้อสกิลได้ดีไม่แพ้แท็งค์ตัวอื่นๆ เลย เพียงแต่ว่า ตอนที่ Volkath เปิด ทุกคนในทีมเราต้องตามเข้าไปด้วย มันถึงจะได้ผล เรียกว่า ช่วยกันโถมเข้าไป แบบนี้จะได้เปรียบแน่นอน

อัลติของ Volkath เอาไว้โถม ล่อซื้อสกิล และยื้อไฟต์ได้ดี ไม่ต่างจากแท็งค์เลย
อัลติของ Volkath เอาไว้โถม ล่อซื้อสกิล และยื้อไฟต์ได้ดี ไม่ต่างจากแท็งค์เลยทีเดียว แถมยังเคลื่อนที่ได้ว่องไวอีกด้วย พังแนวหลังของฝั่งตรงข้ามได้สบายๆ

เงื่อนไขในการหยิบ Volkath มาเล่นในตำแหน่งซัพพอร์ต มีอยู่ 2 ข้อด้วยกัน

1. ทีมฝั่งตรงข้ามต้องไม่มีตัวทำ CC ที่หนาๆ ประเภทจับ เช่น Arum หรือ Aleister

อย่างที่บอก จุดเด่นสำคัญของ Volkath อยู่ที่อัลติ แต่ถ้า Volkath โดนจับล็อค และโดนสกิลต่างๆ รุมกระหน่ำใส่จนตาย ก็ไม่ได้ขี่ม้า หรือ ไม่ได้ลงม้าอยู่ดี ตายก่อนได้เป็นอมตะ ดังนั้น Volkath จึงแพ้ทาง Aleister และ Arum เป็นอย่างมาก แต่ไม่แพ้พวกตัวทำ CC ตัวอื่นๆ เช่น Mina, Diao Chan เพราะเราหยิบ Volkath มาเล่นในตำแหน่งซัพพอร์ต เรามีไอเท็มซัพพอร์ตที่เอาไว้กดล้างสถานะได้อยู่แล้ว จึงไม่กลัว CC ประเภทอื่นๆ แต่อย่างใด อะไรที่เรากดล้างสถานะจากไอเท็มซัพพอร์ตได้ Volkath ไม่กลัวครับ

2. ทีมเรามีตัวทำดาเมจที่รุนแรงคอยสนับสนุน และเดินตาม ซึ่งได้แก่ เมจ และแครี่

ด้วยความที่ Volkath มีดาเมจที่รุนแรงในช่วงต้นเกม ด้วยคอมโบสกิล 1+2 ดังนั้น เมจ ต้องเป็นตัว Burst Damage ที่รุนแรง ส่วนแครี่ ก็ต้องมีดาเมจที่แรงเช่นเดียวกัน แต่อาจจะไม่จำเป็นต้อง Burst Damage เพียงแต่ต้องแรงพอตัวตั้งแต่ต้นเกม เช่น Tel’Annas ส่วนพวกที่ DPS สูงๆ แต่ต้นเกมเบาๆ แบบ Laville, Hayate พวกนี้ไม่ค่อยเหมาะกับแผนการเล่นแบบนี้ครับ

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  รีวิว LiLiana ROV นางจิ้งจอกเก้าหาง แปลงร่างได้ พร้อมกับ 5 สกิล ที่รีคูลดาวน์เองได้

และด้วยความที่อัลติของ Volkath มันยื้อเวลาได้ก็จริง โถมได้ก็จริง แต่มันไม่นาน แค่ไม่กี่วินาที ดังนั้น ดาเมจจากสกิลต่างๆ ของตัวทำดาเมจจากแนวหลัง ซึ่งก็คือ เมจ กับแครี่ มันต้องรุนแรงมากเพียงพอที่จะทำให้ฝั่งตรงข้ามเจ็บหนัก หรือตายได้เลย หรือ สร้าง CC ที่หนักหนาสาหัส ทำให้ฝั่งตรงข้ามเล่นลำบากที่สุด และบีบให้พวกมันต้องวิ่งหนี แค่นี้ก็จะทำให้แผนการเล่นด้วยการโถมจาก Volkath มันง่าย และมีประสิทธิภาพมากที่สุดแล้ว แต่ถ้าเราเลือกพวกตัวที่ไม่มีดาเมจมาเล่น เช่น Marja เลนกลาง กับ Laville เลนแครี่ มาเดินตาม Volkath ดาเมจต้นเกมไม่พอแน่นอน กลางเกม และเลทเกม ก็ทำดาเมจได้ไม่ดี และจะเริ่มเสียเปรียบ เพราะไม่สามารถฆ่าศัตรูได้ และฝั่งตรงข้ามก็จะไม่กลัวการโถมของ Volkath อีกต่อไปแล้ว เพราะรู้ว่า ถึงโถมเข้ามา ก็ฆ่าไม่ได้ เพราะเมจกับแครี่ที่คอยสนับสนุน Volkath ดาเมจมันเบาหวิว จนฆ่าศัตรูไม่ได้นั่นเอง

Volkath โรมมิ่ง ใช้รูน ไอเท็ม และพลังแฝงอะไร?

อย่างที่บอกไปแล้ว การหยิบไฟต์เตอร์มาโรมให้กับทีม ไม่จำเป็นต้องออกแต่ไอเท็มป้องกัน หรือ ไอเท็มแท็งค์ให้กับพวกมันอีกต่อไปแล้ว เราต้องออกไอเท็มที่เสริมจุดเด่นให้กับมัน นั่นก็คือ ดาเมจ หรือ ไอเท็มที่เพิ่มพลังโจมตีนั่นเอง นั่นก็แปลว่า รูน ไอเท็ม และพลังแฝง ของ Volkath โรมมิ่ง ก็ใช้ไม่ต่างจากการเล่นในตำแหน่งฟาร์มป่า หรือ ออฟเลน เพียงแต่ต้องเพิ่มไอเท็มซัพพอร์ตสีแดงเข้ามาเป็นชิ้นแรกนั่นเองครับ

โดยรูนที่ใช้ ก็จะเป็นรูน Onslaught 9 / Rage 1 / Assassinate 10 / Dragon’s Claw 10 แบบนี้เลยครับ เพื่อทำให้ดาเมจจากการคอมโบของ Volkath มันรุนแรงจริงๆ แรงจนคนที่โดนต้องสะดุ้งไปเลยว่า ทำไมดาเมจจากโรมมันแรงจัง

ไอเท็ม และพลังแฝง Volkath โรมมิ่ง ซัพพอร์ต ROV
ไอเท็ม และพลังแฝง Volkath โรมมิ่ง ซัพพอร์ต ROV

ส่วนไอเท็ม และพลังแฝง ก็จะใช้แบบนี้ ซึ่งอาจจะแตกต่างจากการใช้กับตำแหน่ง ฟาร์มป่า และ ออฟเลนนะครับ เพื่อให้เกิดความได้เปรียบในช่วงต้นเกม และเล่นได้ง่ายที่สุดนั่นเองครับ

หัวใจสำคัญ หรือทริคการออกไอเท็มของ Volkath ที่สำคัญก็คือ ต้องใช้ Death Sickle เข้ามาช่วยในการยื้อเวลาทำให้เป็นอมตะนานขึ้น แม้จะอีกแค่ 1 วินาที ก็สำคัญมากๆ พูดง่ายๆ คือ มันมีผลจริงๆ เช่น สกิลติดตัวของ Death Sickle (Divine Intervention) ที่จะทำให้ Volkath มีเวลาลงม้าได้ทันและไม่ตาย เพราะปกติ จุดอ่อนที่สำคัญของ Volkath ที่คนเป็นงานเค้าจ้องจะเล่นงานกันก็คือ ต้องอัดสกิลที่มีดาเมจแรงๆ รุมกระหน่ำใส่ตอนที่มันขี้ม้านี่แหละ ให้มันตายก่อนได้ลงจากม้า ซึ่งก็มักจะเป็นแบบนั้น คือ ตายก่อนได้ลง แต่ถ้ามีเคียว หรือ Death Sickle ก็จะทำให้ Volkath ไม่ตายบนม้า และมีเวลากดลงจากม้าได้ทัน และเป็นอมตะ เอาชีวิตรอดได้นั่นเอง เรียกได้ว่า 1 วินาที ก็มีค่า เพราะมันทำให้ Volkath ลงม้าได้ และไม่ตายบนหลังม้านั่นเองครับ

ส่วนไอเท็มป้องกันที่เราควรจะมีไว้บ้าง ก็คือ The Aegis นั่นเองครับ ซึ่งเป็นการอัพเกรดไอเท็มชิ้นที่ 3 ขึ้นเป็น The Aegis ส่วนเกมไหนที่เห็นว่า ดาเมจเวทมันรุนแรงมากๆ ก็อาจจะออกมาแทนที่ Omni Arms ได้ และปรับลำดับให้มาออกเป็นชิ้นที่ 5 ได้เช่นเดียวกันครับ ส่วนไอเท็มเจาะเกราะอย่าง Broken Spear ถามว่า จำเป็นมั้ย และเปลี่ยนได้มั้ย? ก็ต้องตอบว่า มันขึ้นอยู่กับเกมครับ อย่าง Broken Spear จำเป็นเวลาที่เราเจอกับฝั่งตรงข้ามมีพวกแครี่ที่ทำดาเมจแรงๆ และเราต้องเข้าไปเก็บให้ได้ ก็ควรใช้ Broken Spear ครับ แต่ถ้าเกมไหนเราได้เปรียบ เกมนำ ก็อาจจะเปลี่ยนเป็น Muramasa เอาไว้ทำให้เราคอมโบสกิล 1-2 แล้วแท็งค์โคตรเจ็บ หรือ จะใช้เป็น Spear of Longinus เพื่อเน้นเข้าไฟต์ โถม และลดเกราะที่ตัวเป้าหมายให้เพื่อนทำดามเจได้แรงมากขึ้น ก็ได้เช่นเดียวกัน ไม่มีปัญหาครับ ปรับเปลี่ยนได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในเกมครับ แต่ควรเป็นไอเท็ม เจาะเกราะ หรือ ลดเกราะ เพื่อให้ตัวของ Volkath มันมีดาเมจเพิ่มมากขึ้นครับ

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  ไล่ฆ่า VS ดันป้อม เกม ROV ต้องเล่นแบบไหนถึงจะสมดุล เห็นมีแต่บ้าไล่ฆ่าอย่างเดียว

การเล่น Volkath โรมมิ่ง ต้องใช้ความเป็นทีมในการเล่นสูงมากๆ เพราะตัวมันเอง เมื่อเข้าไปเปิดไฟต์แล้ว จะเปิดด้วยการคอมโบสกิล 1+2 หรือ ขี่ม้าวิ่งเข้าไปทะลวงแนวหลัง และเปิดไฟต์ก็ตาม เพื่อนในทีมต้องตามไปช่วยด้วยนะครับ ซึ่งถ้าเราเอาสูตรนี้ไปเล่นแบบ Solo Rank ก็อาจจะมีโอกาสแพ้ได้สูง เพราะมีโอกาสที่เมื่อเราเห็นจังหวะที่มันได้ และเข้าไปเปิดไฟต์ แต่เพื่อนดันไม่ตาม เราก็อาจจะตายได้ฟรีๆ เช่นกัน ดังนั้น สูตรนี้เอาจริงๆ แล้ว มันเหมาะกับการเล่นแบบกดไปเป็นทีม 5 คนมากกว่ากด Solo ตัวคนเดียวนะครับ และควรมีการ คอลเกม สื่อสารกันด้วย จะทำให้จังหวะโถม และเข้าไปคอมโบสกิลเพื่อไล่ฆ่า ทำได้เฉียบคม และสนุกมากขึ้น

ข้อควรระวัง คนที่จะเล่นในตำแหน่งนี้ คือ คนที่ถนัดตำแหน่งการเล่น ซัพพอร์ต เป็นหลัก ไม่ใช่จะไปเอาคนที่ถนัดเล่น ออฟเลน มาเล่นในตำแหน่งนี้ เพราะเห็นว่า คนที่เล่นออฟเลนของทีม เล่น Volkath เก่ง ก็เลยให้มาโรม มันไม่ได้นะครับ เพราะทักษะการโรมมันต้องใช้การอ่านเกม การอ่านแผนการเล่น ความเข้าใจจุดอ่อนจุดแข็งของฮีโร่ทุกตัวในเกม ทั้งฝั่งตรงข้าม และฝ่ายเรา ดังนั้น ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะมาเล่นในตำแหน่งโรมมิ่ง/ซัพพอร์ต รวมทั้ง ทักษะการใช้สกิล Volkath ของคนที่เล่นซัพพอร์ต ก็ต้องเล่นเป็นด้วย ไม่ใช่ไม่เคยเล่น Volkath มาก่อน แต่เป็นเมนซัพพอร์ต พออ่านเรื่องนี้แล้ว ก็เลยลองหยิบ Volkath มาโรมดู มันจะพังกันหมดนะครับ เพราะการเล่น Volkath ก็ต้องใช้ทักษะ หรือ Skill Play ในอีกรูปแบบนึงด้วย ไม่ใช่ว่า มันจะเล่นง่ายอะไรขนาดนั้น ความเชี่ยวชาญในการกดใช้สกิลของ Volkath ก็ต้องแม่น และดีในระดับหนึ่งด้วย

การจะหยิบฮีโร่แปลกๆ มาเล่นในตำแหน่งแปลกๆ ที่ไม่มีใครนิยมทำกัน มันเป็นสิ่งที่ดีครับ เพราะฝั่งตรงข้ามจะตั้งรับกับแผนแบบนี้ไม่ถูก แต่ทีมของฝ่ายเราเอง ก็ต้องเข้าใจตรงกันถึงแนวทางการเล่น และมีการซ้อมแผนการเล่นมาเป็นอย่างดี รวมทั้งการดราฟตัวที่เหมาะสมด้วยนะครับ มันถึงจะเวิร์ค และนี่แหละครับ ด้วยความซับซ้อน และแผนการเล่น การดราฟตัวที่สามารถปรับเปลี่ยน และจินตนาการออกมาได้อย่างไม่หมดสิ้น มันจึงเป็นเสน่ห์ของเกม ROV ที่ผู้เล่นหลายๆ คนอาจจะยังไม่เข้าใจกันอย่างลึกซึ้ง ซึ่งทำให้การเล่นเกม ROV มันมีรสชาติที่ไม่ซ้ำซาก และเล่นได้อย่างไม่เบื่อ หากคุณได้ศึกษามันอย่างลึกซึ้ง ถ่องแท้ คุณจะเข้าใจในสิ่งที่ผมอธิบายมานี้เป็นอย่างดี และสามารถสร้างแผนการเล่นของทีมตัวเองที่ฝั่งตรงข้ามต้องตะลึงเวลาลงแร็งค์ หรือจะสร้างแผนการเล่นเอาไว้ลงแข่ง และได้รับชัยชนะคว้าเงินรางวัล และปูทางสำหรับการเป็นนักกีฬา E-Sport มือสมัครเล่นได้อย่างสบายๆ เลยทีเดียวครับ