จำนวนฮีโร่ในสนามรบ หัวใจสำคัญของเกม ROV ที่คนส่วนมากเลือกที่จะไม่สน

หลังจากในบทความที่แล้ว ผมได้เขียนแนะนำเกี่ยวกับเรื่องของเทคนิค การซ่อนตำแหน่ง ในเกม ROV ที่ถือได้ว่า เป็นเทคนิคสำคัญที่จะทำให้ผู้เล่นเปลี่ยนระดับของตัวเอง จากมือใหม่ กลายเป็นมือสมัครเล่นได้ทันที มาคราวนี้ ผมก็จะมาอธิบายเกี่ยวกับอีกหนึ่งหลักการ ที่ถือได้ว่า เป็นหัวใจสำคัญของการเล่นเกม ROV ที่ผู้เล่นจำนวนมาก ละเลย และมองข้ามมันไป เป็นอีกหนึ่งหลักการที่เราสามารถใช้แบ่งแยกระดับของผู้เล่นได้อย่างชัดเจน ว่าใคร เล่นเป็น และใคร เล่นมั่ว ใครคือ ผู้เล่นทั่วไป และใครคือ มือสมัครเล่น ซึ่งหลักการที่ว่ามานี้ ก็คือ เรื่องของ จำนวนฮีโร่ในสนามรบ นั่นเองครับ หลายคนอาจจะงงๆ ว่า มันคืออะไร ไม่ต้องห่วงครับ เดี๋ยวพอผมอธิบาย ทุกคนก็จะถึงบางอ้อเองครับ

จำนวนฮีโร่ในสนามรบ คืออะไร ทำไมผู้เล่นส่วนใหญ่ในเกม ROV ถึงได้ละเลยเรื่องนี้กันจัง?

คำว่า จำนวนฮีโร่ในสนามรบ ก็คือ จำนวนของฮีโร่ของทั้งผู้เล่นฝ่ายเรา และผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ที่กำลังเล่นกันอยู่ในเกม ณ เวลานั้น ซึ่งจะมีอยู่ทีมละ 5 คน แต่ความหมายที่สำคัญก็คือ คำว่า จำนวนฮีโร่ในสนามรบ ก็คือ จำนวนของฮีโร่ของแต่ละฝั่ง ที่เหลืออยู่ ณ เวลานั้น

ยกตัวอย่างเช่น มีการเกิดไฟต์ ฆ่ากันตาย ฝ่ายเราตายไป 2 ฝั่งตรงข้าม ตายไป 3 ทำให้ จำนวนฮีโร่ในสนามรบ ของฝ่ายเรา มีอยู่ 3 คน และ ฝั่งตรงข้าม มีอยู่ 2 คน หรือเรียกว่า 3-2 ฝ่ายเราจะได้เปรียบนิดนึง เพราะมีคนมากกว่า คนนึงนั่นเองครับ

ถ้าใครได้ดูการแข่งขันในทุกๆ รายการ จะได้ยินนักพากษ์พูดกันถึงเรื่องของ จำนวนฮีโร่ในสนามรบ อยู่บ่อยๆ ซึ่งมันเป็นหลักการที่ถูกต้องในการอ่านเกม และประเมินแผนการเล่นของทีม แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำกันก็คือ ฟังนักพากษ์เค้าเพลินๆ ไม่ได้ใส่ใจอะไร ดูการแข่งขันแบบเอามันส์ ไม่ได้เก็บหลักการ หรือ เทคนิคอะไรมาปรับปรุงกับการเล่นของตัวเองเลย ทำให้พอเวลาเล่นจริงๆ มักจะพลาดในเรื่องเหล่านี้อยู่เสมอ โดยเฉพาะเรื่องของจำนวนฮีโร่ที่เหลืออยู่ในสนามรบ พลาดยังไงมาดูกันครับ

ยกตัวอย่างง่ายๆ ผมเชื่อว่า หลายคนคงเคยเห็น เวลาที่ตัวฟาร์มป่าทีมเรา กำลังแยกไปฟาร์มป่าอยู่เลนบน แต่ที่เลนล่าง โรมมิ่ง/ซัพพอร์ต เรียกไฟต์ ชวนทะเลาะ และเข้าไปเปิดไฟต์ โดยที่มีแค่ แครี่ และเมจ รวมกันแล้ว ที่เลนล่างมีกันแค่ 3 คน ขณะที่ฝั่งตรงข้าม มากันถึง 4 คนด้วยกัน และแถมเค้ายังใช้การตั้งรับในป้อม และสวนกลับออกมา เท่ากับว่า ฝ่ายเราเข้าไปไดร์ฟป้อมฝั่งตรงข้าม ทั้งๆ ที่เรามีแค่ 3 คน ส่วนฝั่งตรงข้ามมี 4 คน + ป้อม 1 ป้อม (รวมเป็น 5 คน) ผลคือ ตายหมด นั่นเพราะไม่ได้คำนวณหรือดูเรื่องของจำนวนฮีโร่ฝ่ายเราเลย

เท่านั้นยังไม่พอ ตัวฟาร์มป่า ที่กำลังรีบวิ่งมาเติม พอเห็นว่า เพื่อนเราที่อยู่เลนล่างทั้ง 3 คน ตายหมดแล้ว แทนที่จะกลับไปฟาร์มต่อ หรือ เคลียร์ครีปในเลนกลาง กลับวิ่งเข้าใส่ฝั่งตรงข้าม ที่มีจำนวนมากกว่าตัวเอง เรียกได้ว่า ใส่เดี่ยว 1-3 เลยทีเดียว ผลคือ ตายภายในพริบตา จากนั้น ก็จะเริ่มด่ากันเละเทะภายในทีมของตัวเอง สุดท้ายก็จะแพ้แบบยับๆ เลยทีเดียว ถามว่า ใครผิดกันแน่กับเรื่องนี้?

1. โรมมิ่ง/ซัพพอร์ต ผิดที่เรียกไฟต์ และเปิดไฟต์ ด้วยจำนวนคนของฝ่ายเราที่น้อยกว่า เมื่อเห็นแล้วว่า คนของเรา มีจำนวนที่เท่ากัน หรือ น้อยกว่า ก็ไม่ควรจะบุก หรือ ไดร์ฟป้อม ควรจะรอตัวฟาร์มป่าของทีมมาซะก่อน แล้วค่อยเรียกไฟต์ ( แครี่ กับเมจ ไม่ผิด เพราะเมื่อโรมเปิด แครี่ กับเมจ ก็ต้องตามอยู่แล้ว )

2. ตัวฟาร์มป่า ผิดเต็มๆ เห็นอยู่แล้วว่า ฝั่งตรงข้าม มีจำนวนคนที่มากกว่า ยังจะเข้าไปอีก เพราะคิดว่า ตัวเองเลเวลนำ และเก่งกว่า แต่ลืมไปว่า ตัวเองตัวบางเฉียบ เจอสกิลที่เป็นดาเมจแรงๆ เข้าไป 1-2 ที ก็ไส้แตกตายคาที่แล้ว กลายเป็นการวิ่งเข้าไปแจก ทำให้ฝั่งตรงข้าม รวยมากขึ้นไปอีก

ผลที่ตามมาก็คือ เมื่อฝ่ายเราตายไปถึง 4 คน (เลนล่าง 3 + เลนบน 1) เท่ากับว่า จำนวนฮีโร่ที่เหลืออยู่ในสนามรบของฝ่ายเรา คือ 1 คน ขณะที่ฝั่งตรงข้าม เหลือ 5 คน นั่นแปลว่า เค้าสามารถทำอะไรก็ได้ครับ โดยที่ฝ่ายเราไม่สามารถต่อต้านได้เลย ซึ่งถ้าเค้าเล่นเป็น เค้าจะดันป้อมยาวๆ รวดเร็ว 2-3 ป้อมได้เลยครับ ซึ่งจะทำให้ได้เปรียบแบบสุดๆ เลยทีเดียว ถ้าคนที่เหลืออีก 1 คนของทีมเรา ดันเข้าไปขวาง หรือ ฝืนไปกันป้อม ก็จะตายไปพร้อมกับป้อม ทำให้จำนวนคนที่เหลือ หายไปอีก

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  ความลับของ Alice ROV ทีมแบบไหนที่ต้องใช้ Alice เป็นซัพพอร์ตในทีม

เราคงเคยเห็น ประมาณว่า 1 ต่อ 3 ก็ยังวิ่งเข้าไปใส่ หรือ 1 ต่อ 4 (หรือ 5) ก็ยังวิ่งเข้าไปใส่ ก็ยังมีให้เห็น นั่นเพราะเค้าไม่เข้าใจเรื่องหลักการนี้เลยแม้แต่น้อย คิดว่าตัวเองเป็นนักแข่ง และคิดว่าตัวเองเก่งที่สุดแล้ว จึงทำไปแบบนั้น

หลักการคำนวณจำนวนคนเพื่อเข้าไฟต์ ที่ถูกต้อง ก็คือ

ถ้าสู้กันนอกป้อม อัตราส่วนของจำนวนคนฝ่ายเรา ต้องมากกว่าเสมอ นั่นคือ

2-1 ฝ่ายเรามี 2 คน รุมฆ่าคนเดียว ถือว่าดี

3-1 ฝ่ายเรามี 3 คน รุมฆ่าคนเดียว ถือว่า ดีที่สุดแล้ว

4-1 หรือ 5-1 ฝ่ายเรามีมากกว่า แล้วรุมฆ่า ถือว่าดี แต่ไม่คุ้มค่า เพราะเราควรจะแบ่งคนไปแยกดัน หรือ ไปก่อกวน ดึงความสนใจในเลนอื่นดีกว่า

ถ้าจะไดร์ฟเข้าไปฆ่าศัตรูในป้อม

อย่างน้อยที่สุด ต้องมีคนมากกว่า 3-1 ขึ้นไป คือ 3-1 / 4-2 / 5-3 ถ้ามีคนมากกว่าแบบนี้ ไดร์ฟป้อมเข้าไปฆ่าศัตรูได้เลยครับ แต่ถ้าไม่ใช่อัตราส่วนตามนี้ อย่าไดร์ฟป้อมครับ มันเสี่ยงเกินไป

ฝ่ายเรา มี 3 คน เข้าไปไดร์ฟเพื่อฆ่าแครี่คนเดียว ถือว่า ถูกต้องตามหลักการ
ฝ่ายเรา มี 3 คน เข้าไปไดร์ฟเพื่อฆ่าแครี่คนเดียว ถือว่า ถูกต้องตามหลักการ

สำหรับการเข้าไฟต์ เปิดหน้าเข้าไฟต์กัน ถ้าคนเท่ากัน ไม่ควรเข้าไฟต์ ควรดึงไฟต์เอาไว้ ไม่บวก ไม่ปะทะ และให้ตัวล้วงฝ่ายเรา หาทางล้วงแนวหลัง หรือพวกตัวบางๆ ฝั่งตรงข้ามให้ได้ซะก่อน เพื่อทำให้จำนวนคนของฝ่ายเราเกิดความได้เปรียบ ยิ่งฆ่าได้มาก ก็ยิ่งทำให้ได้เปรียบมาก หรือจะให้พวกยิงไกลของฝ่ายเรา ตอดจนฝั่งตรงข้ามไม่มีเลือดเล่น ต้องวาร์ปกลับบ้าน

การวาร์ปกลับบ้าน ก็ทำให้จำนวนคนในสนามรบ หายไปเช่นกันนะครับ ซึ่งจำนวนคนที่น้อยกว่า จะเสียเปรียบทันที แค่ภายในเวลาไม่กี่วินาที ก็โดนโถมเข้ามาฆ่าได้ เพราะคนน้อยกว่านะครับ

จำไว้เลยว่า ถ้าฝ่ายเราน้อยกว่า ไม่ว่าจำนวนแค่ไหนก็ตาม ให้ถอยทันที

ถ้าฝ่ายเรามีจำนวนคนที่เหลือเท่ากัน ควรใช้การโซน และเก็บ Objective ต่างๆ จะดีกว่า หลีกเลี่ยงการปะทะ

ถ้าฝ่ายเรามีจำนวนคนมากกว่า ได้แก่

– ถ้าฝ่ายเรามีมากกว่าเยอะ เช่น 3-1 หรือ 4-2 หรือ 5-3 แบบนี้ ลุยได้เลยครับ

ฝ่ายเรา ไดร์ฟป้อมเข้าไป ด้วยจำนวนคน 4-1 เพื่อให้ฆ่าได้เร็วที่สุด และเจ็บตัวน้อยที่สุด
ฝ่ายเรา ไดร์ฟป้อมเข้าไป ด้วยจำนวนคน 4-1 เพื่อให้ฆ่าได้เร็วที่สุด และเจ็บตัวน้อยที่สุด

– ถ้าฝ่ายเรามีมากกว่านิดนึง คือ 3-2 หรือ 4-3 แบบนี้ เน้นการใช้สกิลเพื่อตอด หรือ หาจังหวะดีๆ ก่อน อย่าเพิ่งเข้าไฟต์จนสุด เพราะมีโอกาสเพลี่ยงพล้ำได้ และพยายามเลือกไฟต์ในพื้นที่ป่า อย่าไปไฟต์หน้าป้อม เพราะถ้าเค้ายืนในป้อม จำนวนคนของเค้าก็จะถูกคำนวณแล้วว่า เท่ากับเรา (เรานับรวมป้อมด้วย เพราะป้อมมันยิงเราได้ ถ้าศัตรู 3 คน ยืนในป้อม ก็เหมือนกับมีกันอยู่ 4 คน นั่นเองครับ)

เหตุผลที่ผมแนะนำว่า ให้รวมกันเยอะๆ แล้วเน้นการรุมด้วยจำนวนคนที่มากกว่าเยอะๆ เพื่ออะไร? ก็เพื่อให้เราได้รับบาดเจ็บกันน้อยที่สุดนั่นเอง เรียกได้ว่า รวมกันเพื่อรวมดาเมจจากสกิลของทุกคนให้มันลงมาที่เป้าหมายเดียว ก็จะรุนแรงที่สุด และตายอย่างรวดเร็วทัน ไม่มีโอกาสตอบโต้ด้วยสกิลทำให้เราบาดเจ็บ และถึงแม้จะเข้าไปไดร์ฟป้อม การที่เราเข้าไปในเขตป้อมด้วยกัน ก็จะทำให้เราแท็งค์ป้อมให้กันและกันได้ แบ่งๆ กันโดนป้อมยิง คนละทีสองที แบบนี้ก็ปลอดภัยกันทุกคน ดีกว่าการฆ่าแบบ ตัวคนเดียว หรือ รุมแบบ 2-1 แบบนี้ มีโอกาสที่ตัวเราจะบาดเจ็บ และเดินเกมต่อไม่ได้ ต้องวาร์ปกลับบ้าน หรืออาจจะโดนพวกศัตรูมาเก็บงาน มาซ้อนทีหลังได้อีก

ถ้าเพื่อนเราตายเยอะๆ อย่าฝืนไปกันป้อม ให้รักษาชีวิตเอาไว้ เพราะถ้าเราไปห่วงป้อมมากเกินไป ด้วยจำนวนคนที่เค้ามากกว่า เค้าจะเข้ามาฆ่าเราพร้อมกับป้อมด้วย ซึ่งพอเราตาย แล้วเพื่อนเกิด จำนวนคนในสนามรบของฝ่าย ก็ยังน้อยกว่าฝั่งตรงข้ามอยู่ดี นึกออกมั้ยครับ สมมติว่า เพื่อนตาย 4 คนพร้อมกัน เหลือเราคนเดียว เรายังไปฝืนดันป้อม พอไปฝืน เราก็โดนฆ่าตาย พอเราตาย เพื่อนอีก 4 คนเกิด ฝั่งตรงข้ามก็ยังมีจำนวนมากกว่าอยู่ดี คือ 5-4 เพื่อนเราก็จะสู้ได้ยากอยู่ดีครับ

เราจึงมักจะเห็นว่า ในหลายๆ ครั้ง นักแข่งเค้าจะทิ้งป้อมเลยถ้าเห็นว่า ศัตรูมากันเยอะ ให้เค้าได้แค่ป้อมไป อย่าให้เค้าฆ่าเราตายด้วย เพราะถ้าเป็นแบบนั้น เกมมันจะยิ่งเละเทะมากไปอีก เพราะเราดันมาตาย ทำให้จำนวนคนของฝ่ายเราที่เหลืออยู่ มีน้อยกว่าฝั่งตรงข้ามนั่นเองครับ

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  Enzo โรมมิ่ง มีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง ที่ผู้เล่น ROV ควรจะรู้เอาไว้ ไม่ใช่จะเล่นตามนักแข่งอย่างเดียว
พอศัตรูตายเยอะๆ จำนวนคนน้อยกว่า ก็กันบ้านตัวเองไม่ได้ บังคับให้แพ้ไปโดยปริยาย
พอศัตรูตายเยอะๆ จำนวนคนน้อยกว่า ก็กันบ้านตัวเองไม่ได้ บังคับให้แพ้ไปโดยปริยาย

ถ้าฝ่ายเรา ฆ่าศัตรูได้เป็นจำนวนมากพร้อมกัน คือ ศัตรูตายตั้งแต่ 3-5 ตัว สิ่งที่ต้องทำคือ ดันป้อม อย่าไปเอา มังกร Abyssal Dragon หรือ Dark Slayer เด็ดขาด ให้รีบไปรวมกันเพื่อดันป้อม จะมีโอกาสจบเกมได้ทันที และที่สำคัญ จะมีโอกาสฆ่าคนที่เหลือ ทำให้เป็นไปตามหลักการในข้อก่อนหน้านี้คือ พอฆ่าพวกที่เหลืออยู่ตาย พวกที่เกิดมาใหม่ ก็ยังมีจำนวนน้อยกว่าฝ่ายเราอยู่ดี

ถ้าจะเอา Dark Slayer หรือ มังกร Abyssal Dragon ก็คือ ต้องเอาในจังหวะที่ฝ่ายเรา ฆ่าศัตรูได้ 1-2 ตัว แบบนี้ ไปเก็บจุด Objective ได้เลยครับ (ถ้าฆ่าได้ตั้งแต่ 3 ตัวขึ้นไปพร้อมๆ กัน ให้ไปรวมดันป้อม คุ้มกว่าครับ) เพราะการฆ่าไปแค่ 1-2 ตัว ฝั่งตรงข้ามยังสามารถรวมตัวกันดันป้อมได้อย่างแน่นหนาครับ เพราะมีคนมากถึง 3-4 คน มีความเสี่ยงมากเกินไป เพราะเราต้องนับรวม ป้อม เป็น 1 คนด้วย แต่ถ้าเรามาเอาจุด Objective ด้วยจำนวนคนที่มากกว่าแบบนี้ ยังไงฝั่งตรงข้ามก็ไม่กล้าเข้ามาแย่งแน่นอนครับ ยิ่งถ้าฮีโร่ที่เราฆ่า เป็นพวกตำแหน่ง โรมมิ่ง/ซัพพอร์ต หรือ ฟาร์มป่า ของฝั่งตรงข้ามด้วยแล้ว ยิ่งสามารถเอาจุด Objective ได้อย่างสบายใจเลยครับ รับรองว่า มันไม่กล้ามาแย่งแน่นอน เพราะถ้ามา คือ จะโดนฝ่ายเราฆ่าตายหมด และรวมกันดันป้อม เพื่อจบเกมได้เลยครับ

นี่แหละครับ เป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมเวลาที่ผมเล่นในคลิปต่างๆ แบบ Solo ตัวคนเดียว ถึงไม่นิยมเปิดมังกร Abyssal Dragon หรือไม่รีบเอา Dark Slayer กัน เพราะถ้าเรายังมีจำนวนคนที่เหลือในสนามรบ ที่ไม่มากกว่า เราก็ไม่ควรจะพาตัวเองไปเสี่ยงให้โดนพลิกเกมเพราะห่วงแต่จะเอาจุด Objective นะครับ

ทีนี้ถามว่า เรื่องของ จำนวนฮีโร่ที่เหลืออยู่ในสนามรบ มันสำคัญขนาดไหน ก็ต้องบอกว่า มันสำคัญขนาดที่ทำให้ทีมๆ นึง แพ้ หรือ ชนะ ได้เลยนะครับ พลิกเกมก็ได้เช่นกัน เพราะการที่เราจะตีบ้านศัตรูแตกได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับ จำนวนคนที่เหลืออยู่ ณ ตอนนั้น ของทั้งฝ่ายเรา และฝั่งตรงข้าม ถ้าเราบุกไปตีบ้านฝั่งตรงข้าม แต่ดันตาย แล้วเหลือคนแค่ 1 คน ขณะที่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งตั้งรับในป้อม แต่ดันตายแค่ตัวเดียว เหลืออีก 4 คน แบบนี้ เกมจะพลิกทันที และมีโอกาสโดนสวนกลับทีเดียว จบเกม กลายเป็นฝ่ายเราที่พ่ายแพ้ได้ทันทีนะครับ

แต่ปัญหานี้จะหมดไป ถ้าเราหยิบ Endless Cycle มาใช้ เพราะเมื่อเราตาย และตอนนั้น ขณะนั้น จำนวนคนในสนามรบของฝ่ายเรา มีความสำคัญมากๆ คือ เราต้องใช้คนเพื่อตั้งรับ หรือสวนกลับ เราก็จะเกิดขึ้นมาทันที เช่น ฝ่ายเรา และฝั่งตรงข้าม บวกกัน ตายไปพร้อมกัน ฝั่งละ 3 คน แต่ถ้าฝั่งเราที่ตายไป 3 คน มีพลังแฝง Endless Cycle กันหมดล่ะ ก็เท่ากับว่า จะกดเกิดขึ้นมาทัน และจำนวนฮีโร่ในสนามรบของฝ่ายเรา จะมากกว่าฝั่งตรงข้ามเป็น 5-2 สามารถดันป้อม และเข้าไปตีบ้านเพื่อจบเกมได้ทันทีนะครับ เพราะศัตรูแค่ 2 คน กันป้อม หรือกันบ้านไม่ได้แน่นอน ถ้าฝืนมากไป ก็จะตายพร้อมป้อมไปอีก

นี่แหละครับ คือ เหตุผลที่ทีมงานเค้าต้องเนิฟพลังแฝง Endless Cycle เพราะเรื่องของจำนวนฮีโร่ในสนามรบนี่แหละครับ และก็เป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมนักแข่งทุกทีมถึงนิยมหยิบ Endless Cycle มาใช้เสมอ เพราะเรื่องของหลักการเกี่ยวกับ จำนวนฮีโร่ในสนามรบนี่แหละครับ

เห็นมั้ยครับว่า จำนวนฮีโร่ในสนามรบ ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลยนะครับ บางคนอาจจะอ่านแล้ว รู้สึกว่า มันก็แค่เรื่องพื้นฐาน แต่ถามว่า ถ้าคุณกดเข้าไปเล่นแบบ Solo Rank คุณคิดว่า เพื่อนที่ระบบสุ่มมาให้คุณอีก 4 คน จะสนใจ หรือ แคร์เรื่องพื้นฐานแบบนี้มั้ยครับ? ผมตอบแทนให้ครับว่า ไม่แคร์หรอกครับ เพราะจริงๆ แล้ว มันไม่ใช่เรื่องพื้นฐาน แต่นี่คือ หัวใจ และหลักการสำคัญของการเล่นเกม ROV เลยล่ะครับ ต้องระดับมือสมัครเล่น และนักแข่ง ถึงจะเข้าใจเรื่องพวกนี้ ถ้าเป็นพวกที่เล่นแบบ ขำๆ ไปวันๆ เค้าไม่สนใจหรอกครับ เค้าแค่อยากจะเข้าไปบวก บวก แล้วก็บวก อย่างเดียว พอใกล้ตาย ก็วาร์ปกลับบ้าน ไม่สนใจโลกหรอกครับ

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  Hyoga’s Edge ไอเท็มป้องกัน ROV ควรใช้กับฮีโร่ตัวไหนบ้าง ถึงจะแสดงผลได้ดีที่สุด

หรือบางคน มี Endless Cycle แต่ก็ใช้ไม่เป็น จะกดกลับมาเกิด ก็เมื่อหัวร้อน คือ พอตายแบบโดนรุมฆ่า หรือ จังหวะพลาดเอง ก็จะหัวร้อน และรีบกดเกิดมาทันทีเพื่อที่จะมาแก้แค้น ไม่ได้คำนวณอะไรหรอกครับว่า ตอนไหนควรใช้ ตอนไหนที่ทีมจำเป็นต้องมีคนเข้ามาเพิ่มจำนวนในสนามรบ

ข้อมูลทั้งหมดนี้ ถ้าอ่านรอบเดียวแล้วไม่เข้าใจ แนะนำให้อ่านหลายๆ รอบนะครับ แล้วจะได้เข้าใจ เพราะหลักการของมัน มีรายละเอียดเยอะครับ แบ่งกันตามสถานการณ์แต่ละแบบ ถ้าเราเข้าใจ และช่วยกันแชร์ให้เพื่อนๆ คนอื่นๆ ในกลุ่ม ROV กลุ่มอื่นๆ ได้อ่านกันเยอะๆ เราก็จะมีโอกาสสุ่มเจอคนที่เข้าใจเรื่องนี้เหมือนกัน และมันจะสนุกขนาดไหน ที่เล่นกับคนที่รู้เหมือนกัน คิดเหมือนกัน ถ้าคนน้อยกว่า เราไม่บวก เรารอเพื่อน แบบนี้จะสนุกขนาดไหน คิดดูเอาละกันครับ

คุณคิดว่า ในเกม ROV เราจะฆ่ากันทำไมครับ? เหตุผลง่ายๆ ก็เพื่อทำให้จำนวนคนของฝ่ายเรา มีมากกว่าฝั่งตรงข้าม พอฝั่งตรงข้ามมีน้อยกว่า ก็ป้องกันป้อมไม่ได้ แค่นั้นเองครับ หลักการมีแค่นั้น ไม่ใช่ฆ่าเพื่อเอามันส์ ถ้าคุณฆ่าได้ แล้วกลับไปฟาร์ม แล้วก็มาฆ่าอีก แล้วกลับไปฟาร์ม ไม่รีบดันป้อม แบบนี้มีโอกาสที่คุณจะแพ้สูงมากๆ เพราะในช่วงต้นเกม คนที่ตาย มันตายแป็บเดียวครับ แต่ถ้าคุณไม่รีบดันป้อม ไม่ฉวยโอกาส และคุณโดนเค้าฆ่าตายในช่วงเลทเกม คุณจะตายนานมากๆ นะครับ และจะโดนพลิกเกม ตีป้อมรวดเดียวแตกถึงบ้าน และหัวร้อนแน่นอน เพราะคนที่หัวเราะทีหลัง ดังกว่าเสมอนะครับ

ส่วนไอ้พวกที่มักจะบ่นในแชทมาว่า “รุมทำไม” หรือ “มา 4” ก็เลยตาย หรือ “เก่งแต่รุม” พวกนี้ อย่าไปให้ราคามันครับ คือ พวกนี้เค้าไม่เข้าใจเกม และมองว่า การโดนรุมคือผิด ซึ่งคนที่มั่ว และไม่เข้าใจเกม ก็คือ คนที่บ่นนั่นแหละครับ ถ้าเห็นว่า มีคนมามากกว่า จะไปให้เค้ารุมทำไม ทำไมไม่อ่านแมพ ถ้าอ่านแมพ ก็ต้องเห็นและเอาตัวรอดได้ เกม ROV เค้าต้องเน้นรุมครับ ถ้าจะ 1-1 ก็ไปเล่นในโหมด 1-1 ทีมไหนที่เดินเป็นกลุ่ม เดินเกมด้วยกัน ด้วยจำนวนคนที่มากกว่าตลอด ก็มีโอกาสชนะ และเก็บดาวฟรีๆ ได้ง่ายๆ นั่นคือสัจธรรมที่ถูกต้องตามหลักการ พวกที่มาโอดครวญว่าโดนรุม คือ พวกที่ไม่เข้าใจเกมนี้อย่างแท้จริง (ไม่อยากจะสรรหาคำพูดมาด่า) เราอย่าไปให้ราคากับพวกนี้จะดีที่สุดครับ

ถ้าคิดว่า เรื่องนี้โดนใจ อย่าเก็บไว้คนเดียว เอาไปแชร์ตามกลุ่มต่างๆ ของ ROV ด้วยนะครับ จะได้ให้พวกที่ชอบบ่นว่า “รุมทำไม” หรือ “เก่งแต่รุม” มันได้มาอ่านซะบ้าง จะได้เห็นว่า ที่ตนเองรู้ และคิดนั้น มันแค่ระดับไหนของผู้เล่นมืออาชีพในเกม ROV

ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ ฮีโร่ หรือ ไอเท็มต่างๆ ในเกม ROV ได้ง่ายๆ ภายในเว็บนี้ ด้วยการพิมพ์คำที่ต้องการค้นหา ที่ปุ่มแว่นขยายมุมขวาบน ใส่ชื่อ ฮีโร่ หรือ ไอเท็ม เป็นภาษาอังกฤษเหมือนในเกม ROV ได้เลย แล้วมันจะแสดงผลทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ ฮีโร่ หรือ ไอเท็มนั้นๆ ที่คุณต้องการรู้ออกมาเองครับ

อย่าลืมเข้าไปพูดคุย คอมเม้นท์ แสดงความเห็น และดูคลิปแนวทางการเล่นอีโร่ ROV ทุกตัว ได้ที่เฟสบุ๊คเพจ ROV School by หลวงป๊า กันได้นะครับ ในเพจ ROV School by หลวงป๊า จะมีบทความดีๆ สาระน่ารู้ และเคล็ดลับการเล่นเกม ROV พร้อมทั้งคลิปแนวทางการเล่น และจังหวะการเล่นของฮีโร่แต่ละตัว เอามาลงให้ศึกษากันด้วย แล้วพบกันที่เพจ ROV School by หลวงป๊า นะครับ