วิธีดูแล แบตเตอรี่มือถือ ที่ถูกต้องทำยังไงให้ใช้ได้ยาวนาน

แบตเตอรี่มือถือ สำหรับผม ผมคิดว่าน่าจะเป็นหัวใจของ มือถือ สมาร์ทโฟน และ แท็บเล็ต ทุกเครื่องบนโลกนี้เลยก็ว่าได้ เพราะถ้าขาด แบตเตอรี่ มือถือไม่ว่าจะเป็น ไอโฟน ไอแพด หรือ แอนดรอย หรือระบบไหนก็ตาม ทำงานไม่ได้อย่างแน่นอน แต่ถามว่า ทุกคนที่มีมือถืออยู่กับตัวตอนนี้ รู้วิธีดูแลรักษา แบตเตอรี่มือถือ ของตัวเองดีพอหรือยัง เชื่อได้ว่า แต่ละคน ไม่รู้หรอกครับ ว่า แบตมือถือ นั้นจำเป็นต้องดูแลด้วยอย่างนั้นหรือ? ผมจะยกตัวอย่างให้ฟัง คุณคิดว่า แบตเตอรี่ ไอโฟน ไอแพด เปลี่ยนได้หรือไม่? คำตอบคือ เปลี่ยนได้ แต่ใครเป็นคนเปลี่ยนล่ะ คุณจะเดินไปหาซื้อแบตใหม่มา แล้วแกะฝาเครื่องด้านหลังเปลี่ยนเองได้อย่างนั้นหรือ? ทำไม่ได้ครับ ต้องให้ทางศูนย์ Apple Store ทำให้ ซึ่งทั้งราคาค่าแบตเตอรี่ใหม่ และราคาค่าเปลี่ยน จะตกอยู่ที่หลักหลายพันบาทแน่นอน (ของแท้นะครับ) แน่นอนว่า แต่ละคนก็ต้องบอกว่า แบตเตอรี่มือถือ มันมีอายุการใช้งาน ยังไงก็ต้องเปลี่ยนกันทุกเครื่องแหละ อันนี้ผมเห็นด้วยครับ แต่ไม่ทุกคนนะครับ ที่ต้องเปลี่ยนแบตมือถือ ทุกปี เพราะอันที่จริงแล้ว แบตมือถือ สามารถใช้งานได้ถึง 2 ปี สบายๆ ถ้าใช้อย่างถูกวิธี และดูแลรักษาเป็น

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  มือถือเล่น ROV ควรมีสเปคอย่างไร ถึงจะเล่นได้ลื่น ภาพสวยและไม่กระตุก
มือถือ สมาร์ทโฟน ร้อนจนไหม้ แบตระเบิด
ภาพจาก Masariekulu

วันนี้ผมจะมาแนะนำวิธีการดูแลรักษา แบตเตอรี่มือถือ ให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น ลดอัตราการเสื่อมของ แบตเตอรี่ ให้น้อยลง สามารถใช้ได้ยาวนานถึง 2 ปีเต็มๆ แม้จะเล่นเกมอย่างหนัก หรือเปิดตลอด 24 ชม. ทุกวัน ก็ไม่มีปัญหาครับ อยู่ที่ความเข้าใจ ถึงวงจรชีวิต ของเซลแบตเตอรี่ที่อยู่ภายใน แบตมือถือ ของเราก็พอ วิธีการดูแล ก็มีดังนี้

1. อย่าใช้งาน สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ไอโฟน หรือ ไอแพด จนถึงระดับที่ต่ำกว่า 30% เป็นอันขาด

2. อย่าชาร์จแบต แบบรวดเดียวเต็ม เช่น จาก 40% จนเต็ม 100% ควรจะชาร์จบ่อยๆ แต่ชาร์จทีละน้อย ประมาณ 10-20% ต่อครั้งก็พอ

3. ควรจะชาร์จแบตเตอรี่ เมื่อมีแบตเหลือประมาณ 70% แต่อย่าปล่อยให้ชาร์จจนถึง 100%

4. อย่าชาร์จแบตจนเต็ม 100% ทิ้งเอาไว้ข้ามคืน หรือค้างไว้เป็นเวลานานๆ เต็มแล้วก็เอาออกได้ จริงอยู่ที่ว่า สมาร์ทโฟน รุ่นใหม่ๆ ในปัจจุบัน มีระบบตัดไฟเพื่อป้องกันไฟเข้าแบตมากเกินไปอยู่แล้ว แต่ระบบมันต้องทำงานตลอด เพราะชาร์จอัดไว้แบบนั้น ทางที่ดีที่สุด เมื่อชาร์จเต็มแล้ว ก็เอาออกซะ

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  ไอโฟน ไอแพด ก็เล่น เกมแอนดรอย ได้เหมือนกันนะ

5. ควรเสียบสายชาร์จแบต จากปลั๊กต่อ หลีกเลี่ยงการเสียบสายชาร์จเข้ากับปลั๊กไฟที่ติดกับผนังโดยตรง

6. ควรเสียบปลั๊กเข้ากับปลั๊กต่อก่อน แล้วจึงค่อยเสียบหัวชาร์จเข้ากับตัวเครื่อง มือถือ

7. หลีกเลี่ยงการใช้งาน ในที่ที่มีอุณหภูมิสูง เพราะจะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมได้ไวขึ้น

8. หลีกเลี่ยงการใช้งานมือถือ ด้วยการ เล่นเกม ดูหนัง จนทำให้เกิดการสะสมความร้อนสูงขึ้นที่ตัวเครื่อง

9. หลีกเลี่ยงการใช้โหมด Fast Charging ที่มีมากับ สมาร์ทโฟน รุ่นใหม่ๆ อย่าง Samsung Galaxy S6 ให้ชาร์จแบบปกติธรรมดาก็พอแล้ว

10. เลือกใช้ Power Bank หรือแบตสำรอง ที่มีคุณภาพ และมีกำลังไฟออกอย่างเพียงพอ ควรจะมี Output ตั้งแต่ 1.0 – 2.1 A จะดีที่สุด

11. เมื่อไม่ใช้งาน ก็ควรปิดเครื่อง เพื่อพักแบตเตอรี่บ้าง อย่างเช่นตอนกลางคืน เวลานอน ก็ควรจะปิดมือถือพักบ้าง

12. อันนี้สำคัญมาก ห้ามใช้มือถือ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ไอโฟน หรือ ไอแพด ทำงานใดๆ ขณะที่กำลังชาร์จไฟอยู่เป็นอันขาด ถ้าเป็นไปได้ ปิดเครื่อง แล้วชาร์จแบต จะดีที่สุด เพราะในขณะที่กำลังชาร์จไฟอยู่นั้น ระบบจะเร่งความดันไฟฟ้าให้สูง จนเกิดความร้อนขึ้นที่แผงวงจร และตัว แบตเตอรี่มือถือ เองอยู่แล้ว การเล่นเกม ดูหนัง หรือทำการใดๆ ที่เป็นการใช้ทรัพยากรตัวเครื่อง จะยิ่งทำให้เกิดการสะสมความร้อนสูงมากขึ้น เมื่อมีความร้อนมากขึ้น ก็ยิ่งเป็นการบั่นทอน อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ ทำให้แบตเสื่อมไวมากขึ้นเข้าไปอีก ในบางกรณี อาจถึงขั้นทำให้เกิดการระเบิดของ แบตมือถือ ซึ่งก็มีเคยมีข่าวออกมาให้เห็นกันแล้ว

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  เกม Marvel Future Fight แฮกเพชร ได้แล้วจริงๆ หรือ
เล่นเกม ยังไง ไม่ให้ มือถือ ร้อนเกินไป
ภาพจาก Gadgets Bite

วิธีการดูแล และ ยืดอายุ แบตเตอรี่มือถือ ที่กล่าวมาแล้วนั้น อาจจะดูแล้ว มีจำนวนข้อเยอะมากๆ มีรายละเอียดเยอะเกินไป จนจำได้ไม่หมด แต่อย่าเพิ่งท้อนะครับ ขอให้พยายามทำให้ครบ ผมเชื่อว่า พอทุกคนทำไปได้ 2-3 ครั้ง ก็จะเริ่มชิน แล้วก็จะจำได้เองครับ มันอาจจะดูยุ่งยาก และเรื่องมากไปหน่อย แต่มันก็เป็นการช่วยให้เราไม่ต้องเสียเงิน เปลี่ยนแบตมือถือ เร็วเกินไป ทั้งๆ ที่ถ้าเรารู้วิธีใช้อย่างปลอดภัย มันก็สามารถใช้ไปได้อีกนาน แต่ถ้าใครคิดว่า ตัวเองมีเงินเยอะ กับแค่ซื้อแบตใหม่มาเปลี่ยน ไม่ใช่ปัญหา ก็ว่ากันไปครับ อันนี้แล้วแต่สไตล์ และฐานะทางการเงินของแต่ละคนครับ